h1

perhaps truth is nothing but emptiness

November 3, 2009

031109

 

หลังจากลมแรงมากอยู่ไม่กี่วัน

เที่ยงวันนี้อากาศเย็นลงอย่างไม่ทันตั้งตัว

แดดเปลี่ยนทางและฟ้ามืดเร็วจนรู้สึกได้ คิดว่า คงจะเป็นฤดูหนาวของกรุงเทพแบบจริงจังเสียที

ลมหวิวๆกับอากาศเย็นที่ปลายจมูกมันทำให้เศร้าได้เหมือนกันนะ

และมันอดคิดเรื่องเธอไม่ได้

นานขนาดนี้เรามั่นใจว่าคงไม่มีคำตอบหรือคำอธิบายอะไรแล้วสิ

ไม่มีใครอยากจะรู้ความจริงบ้างหรือไงนะ

 

หลังจากลาออกจากงานแบบจริงจังมาไม่นานนัก

และความคิดที่จะกลับไปทำที่เดิมได้เย็นชืดจืดไปตามวันเวลา

ก็นั่งเคว้งคว้างอยู่บ้านไปวันๆ

สลับกับอ่านเยอรมันกับ listening อย่างละนิดหน่อย

พยามจะขยันแบบจริงจัง เพราะมีอะไรๆที่สำคัญอีกเยอะแต่ยังไม่ได้ทำ

 

แล้วเราก็นับเวลาที่โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์อีกหนึ่งรอบ

 

h1

the earth turns round

January 22, 2009

220109 1544

 

 

อีกหน่อยคงไม่มีใครพูดคำว่าปีใหม่อีกเท่าไหร่นัก

เพราะนี่ก็เกือบจะเข้าเดือนสองเข้าไปแล้ว

แล้วโลกก็หมุนรอบพระอาทิตย์อีกหนึ่งครั้ง

 

 

พ่อนุ้ยเสียเมื่อดึกวันศุกร์ที่ผ่านมา

บัวโทรมาบอกตอน 9 โงของวันเสาร์

ตอนนั้นอาจจะยังสะลึมสะลืออยู่ แต่ก็ตกใจมาก

นุ้ยเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่ปลายๆปีสาม แล้วเราก็คุยกับมันมาโดยตลอด

คุยทุกเรื่อง เรื่องเรียน เรื่องวี เรื่องทำงาน จบมาแล้วคุยกันน้อยลง แต่ก็ยังสนิทใจเหมือนเดิม

 

งงๆอยู่ครึ่งวัน แต่ก็รวบรวมคนที่จะขึ้นไปเชียงใหม่ได้พอสมควร

พวกไอ้พีไปเย็นวันนั้นเลย

เรากับตี้ ไอ้เจดไปบ่ายวันอังคารและกลับคืนนั้นเลย

บรรยากาศก็เศร้าและอึมครึม เพราะว่าพวกเราส่วนใหญ่ที่สนิทๆกันก็รู้จักพ่อของนุ้ยทั้งนั้น

เคยไปนอนบ้านมันทุกคน พ่อกับแม่นุ้ยก็พาไปเที่ยวด้วย

มันเศร้าจริงๆ

 

ถึงบ้านเช้าวันพุธ แล้วก็หยุดยาวจนถึงวันนี้

 

 

ตอนนี้ชีวิตมีความสุขในระดับปกติ

เรื่องงานก็เคลียร์แล้วมั๊ง

เจอเพื่อนทุกอาทิตย์ ก็เลยมีความร่าเริงในชีวิตเหมือนคนอื่นขึ้นมาบ้าง

เป็น dynamic เป็นความสดใส เป็นสีสัน

ทั้งหมดนี้อาจเรียกรวมได้ว่า ความสุขแบบราบรื่น

h1

Free my mind

January 3, 2009

เสาร์ 030109 1816

 
แล้วเราก็ผ่านปี 2008 มาได้อย่างทุลักทุเล….
จากนี้ไปคือ 2009 ปีแห่งความกังวลใจได้เดินหน้าอย่างเต็มตัว
หวังว่าเราคงผ่านมันไปได้อย่างไม่ลำบากนัก…หวังว่า

 
เหมือนปีที่แล้ว
นัด countdown ที่ hardrock cafe
ว่าจะกลับก่อน เพราะขี้เกียจลำบากหารถ
แต่ก็นั่งจนเลยเที่ยงคืน ถึงบ้านตีสองกว่าแบบงงๆ

 

 
วันก่อนฝันว่าได้งานที่แปลน
นึกว่าเรืองจริงเพราะเหมือนจริงเกินไป
ตื่นมาแล้วเซ็ง ไม่ชอบเลย
บอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ชอบฝัน
ไม่ควรจะฝันเรื่องงานอีกแล้ว
เพราะไม่ได้คิดเรื่องนี้มาพักใหญ่
ตั้งแต่หยุดปีใหม่มาก็เลิกคิดเรื่องที่ทำงานไปเลย
แต่ก็ดันฝันอีก ไม่ชอบ
ตัดสินใจแล้วนะ…แม้ว่าเมื่อถึงเวลาจริงคงจะทำได้ยากหน่อยแหล่ะ
แต่ก็ต้องอดทนทำมันไปให้ได้

ถ้ากลางปีเศรษฐกิจไม่ดีพอที่จะหางานใหม่ทำได้
จะออกไปเตรียมตัวเรียน
ไม่สามารถทำสองอย่างพร้อมกันได้
คิดสถานที่ไว้แล้ว แต่โรงเรียนกับโปรแกรมยังคิดไม่ออก
ทำไมยากจัง ….
แปลก
ปกติเวลามีเรื่องอะไร ในใจมักจะรู้สึกว่า เออเดี๋ยวดีเองแหล่ะ
เดี๋ยวก็ได้ อะไรเทือกๆนี้
แต่ครั้งนี้มันว่างเปล่า เงียบ ไม่มีอะไรเลย
ก็คงต้องรอดูต่อไป….

 

เวลาผ่านไป
ทำให้คิดว่า คงจะลืมหลายเรื่องของหลายคนไปได้บ้างแล้ว
จบ… หมด… พอ… ไม่เอาแล้ว
ใครต่อใคร โดยเฉพาะกับวี
ขอให้มันได้ผ่านพ้นไปจนหมดสักที
นี่ก็หลายปีแล้ว เหนื่อยและเบื่อ
ทั้งหมดมันก็เท่านี้ เท่ากับปีที่แล้ว สองปีที่แล้ว สามปีที่แล้ว ฯลฯ
ไม่เหลืออะไรให้คิดต่อ

ส่วนคนที่เหลืออยู่
เราคิดว่า อย่าเป็นเพื่อนกันเลย
ไม่อยากแม้จะพยายามจะเข้าใจตัวเค้าอีกแล้ว…
ก็คงต้องอยู่กันต่อไป….จนกว่าจะต้องไม่เจอกันอีก

 

สำหรับเรื่องพวกนี้
เราคิดว่า เราทำได้ดีขึ้นนะ…
เมื่อมัน free มากขึ้น
หลายอย่างคงเบาภาระที่มีไปได้มากขึ้นเช่นกัน…

 
ช่วงนี้ยังอยู่ในระยะแรกๆที่เค้ายังอวยพรปีใหม่กัน
เปิดทีวี หรือฟังวิทยุมักจะเจอประโยคซ้ำๆ พวกที่ว่า
อะไรที่ไม่ดี ก็ขอให้ผ่านไปในปีเก่า ปีใหม่ก็ให้เจอแต่สิ่งที่ดีๆ
ซึ่งหลายครั้งก็ยังแอบคิด ระหว่างปีกลางเก่ากลางใหม่
เวลาเกิดเรื่องให้ช้ำใจ เราจะยังคิดถึงคำพูดพวกนี้ของปีใหม่กันบ้างมั๊ย ??
หรือว่า แค่พูดผ่านๆไปให้กำลังใจตัวเองเท่านั้น….

h1

เงียบๆ

December 21, 2008

อาทิตย์ 211208 1037

 

 

เมื่อวานปวดหัวมากอยู่ครึ่งวัน

ไม่เคยปวดขนาดนี้มานานแล้ว

ไม่ใช่ไมเกรน และไม่ใช่ปวดสายตา

นอนปวดอยู่นาน ปวดมากจนไม่มีแรงไปหยิบยา

ปวดอยู่ยังงั้น จนหลับไป

 

ใกล้ๆเช้าฝันถึงพวกเพื่อนๆที่มหาลัย ไปภูเก็ตกัน

เห็นทะเล แต่ที่รู้ว่าคงจะเป็นภูเก็ตเพราะมีบัวอยู่ด้วย

ตื่นมายังปวดหนึบๆอยู่นิดหน่อย คว้าผ้าห่มเอาไปซัก (จริงๆซักไปเมื่อาทิตย์ที่แล้ว แต่กลัวเสาร์หน้าจะไม่มีเวลา)

ตอนนี้กำลังนั่งคิดอยู่ว่า วันนี้จะทำอะไรดี

 

 

เมื่อวันศุกร์ไป beer park ที่ esplanade

สนุกดีเหมือนกัน เราคงไม่ไป CTW ละล่ะ เพราะที่นี่ก็โอเค ใกล้ที่ทำงานกว่าด้วย

เจอรุ่นพี่บางคนแต่ขี้เกียจทัก เจอรุ่นน้องวีไอ้พวกเด็กจิตกัมกลุ่มเดิมที่เหมือนจะรู้จักกัน

นึกอยู่นานว่าไอ้กลุ่มนี้มันกลุ่มไหนวะ ถึงนึกออกว่าอ๋อ พวกแก๊งค์เพื่อนมาโนชนั่นเอง

ดีนะ…คู่กรรมที่เราลืมชื่อไปแล้ว ไม่มาด้วย

จะพารานอยด์ทำไมไม่รู้ แต่ก็ระแวง เราไม่ชอบเจอคนรู้จัก

…จริงๆแล้วไม่ชอบเจอคนประเภทเดียวกับวีในที่สาธารณะมากกว่า

 

 

ไม่รู้ตัวว่าเมา ห้าทุ่มเรียกแท๊กซี่กลับบ้าน

ไฮเนเก้นนี่มันร้ายกาจจริงๆ ถึงบ้านจึงรู้ได้ว่า มึนใช้ได้หล่ะวะกู

คิดว่าอาทิตย์หน้าคงไปกินกันอีก….

 

 

จริงๆอาทิตย์ที่ผ่านมามีเรื่องไม่สบายใจมากๆ เครียดมาก

กลับมานอนไม่หลับอยู่หลายวัน

กลับมาร้องไห้ หลังจากหยุดร้องไปตั้งหลายเดือน

กลุ้มๆอยู่ยังงั้น แล้วมันก็หายเอง

ก็คงต้องลองดู….อีกสักพัก แล้วเมื่อถึงเวลา เราจะรู้มั๊ยวะ ว่าควรจะทำยังไง

กลัวตอนนั้นกลับมากลุ้มอีก

ทีนี้ล่ะ คงกลุ้มจริงกว่าวันที่ผ่านมาเยอะเลย

 

อีกสี่วันนิดๆเท่านั้น….

h1

ทางสายเบี้ยว

December 7, 2008

อาทิตย์ 071208 1946

 

 

แม้ว่าได้พยามเอาใจออกห่างแล้ว
เราก็ยังรู้ตัวอยู่เสมอว่าในความเป็นจริงมันไม่ง่ายขนาดนั้น…
ตลอดเวลาที่ผ่านมา
เราทำตัวลำบากและทำใจลำบากกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น
จะยังไงดี…

เป็นเพื่อน ก็ไม่ใช่
เป็นเพื่อนที่ทำงานก็ไม่ใช่
เป็นคนรู้จักก็ไม่ได้…
ไม่ได้เป็นอะไรกันเลย…คงใกล้เคียงที่สุด
แล้วยังไง ?
ไม่ต้องคอยช่วยเหลือกัน
ไม่ต้องคอยปรึกษากัน
ไม่ต้องพูดกันอีกแล้วใช่มั๊ย
ถึงจะสบายใจ ….

 

เราได้พยามกันความรู้สึกตัวเอง
เอาไปวางไว้ในที่ที่เหมาะสม
แต่เมื่อมันไม่ได้ผล เราก็ต้องทำตัวเฉยเฉย
ไม่พูดและไม่หัวเราะ
ซึ่งไม่ได้ชอบนัก เพราะรู้ว่าไม่ใช่คนแบบนั้น…
อยากจะด่าให้สาแก่ใจ
แต่พยามข่มอารมณ์บ้าๆพวกนี้ไว้
คิดว่าจะไม่ทำนะ ..แต่บางทีก็เสียใจมากเกินไปกับเรื่องนี้

สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้
ก็มีแต่ความโมโห และความเจ็บใจ
หลังๆพูดกับเค้าน้อยลง
น้อยลงอย่างมาก
พยามเลี่ยงไม่เจอให้น้อยที่สุด
เพราะ base on จากคำที่เตือนตัวเองบ่อยๆว่าไม่ได้เป็นอะไรกันนิ
แต่เค้ามักจะมาพูดด้วยเสมอ มาถาม เราหนี เค้าก็ตาม….
ทำให้มันยากขึ้นไปอีก
จริงๆแล้วที่มันซับซ้อนคงเป็นเพราะตัวเราเองมากกว่า

แต่ขอร้องล่ะ
เรากำลังพยามหนีเรื่องลำบากใจพวกนี้
จะให้เราทำตัวแบบไหน…
เราถึงจะไปด้วยกันคนละทางได้…

 อีกครั้งที่ทำให้รู้ว่า
ความจริงใจเป็นสิ่งที่ควรประหยัดกว่าความดี
ด้วยเพราะว่าความจริงใจจองเราเป็นพื้นฐานให้เกิดความดี
และมันหมดเร็วกว่าที่คิดไว้เยอะ….

h1

along with winter wind

November 30, 2008

อาทิตย์ 301108 1623
เดือนสุดท้ายจนได้…
อากาศเริ่มกลับมาเย็นอีกครั้งแล้ว
รู้…ว่ามันจะเร็ว แต่ไม่คิดว่าจะหมดปีเร็วขนาดนี้
เราไม่ได้ทำงานมาสี่วัน
เย็นวันอาทิตย์แบบนี้เลยใจไม่ดีเท่าไหร่
พรุ่งนี้ก็วันจันทร์อีกครั้ง อดทนอีกสี่วันจะครบสัปดาห์
ดูทีวี เค้าบอกว่า มันจะเป็นปีที่ดี ถ้าหากเราทำงานดี

ส่วนตัวแล้วปีนี้ดีมั๊ย ?
ไม่แน่ใจ รู้แต่โหดกว่าปีที่แล้วเยอะ
เหตุการณ์ของประเทศและในโลกนี้เปลี่ยนไปมาก
…ในทางที่ไม่ค่อยดี
ทำให้แผนที่เคยคิดไว้ว่าอาจจะทำ ก็ต้องเปลี่ยนตามไปด้วย
ส่วนจะเปลี่ยนไปยังไงนั้น….คิดไม่ออก
แล้วก็เหนื่อยที่จะวางแผนแล้วด้วย
เราคิดถึงวีอยู่ค่อนข้างสม่ำเสมอ ไม่เยอะแต่เป็นแบบคงที่
ไม่รู้ว่า เพราะชีวิตเราเงียบไป
หรือคิด เพราะคิดถึงจริงจัง ?????
จะว่าไป เราชอบคนง่าย แต่คนที่ชอบอย่างจริงจัง
ก็มีอยู่ไม่กี่คนหรอก…
ไม่แน่ใจว่าวีจะอยู่ในนั้นด้วยมั๊ย

ตอนนี้ไม่ได้ชอบใครเลย
ไม่มีใครให้โรแมนติค หรือยิ้ม in love
(ยกเว้น Edward Cullen…Twilight…นั่นเค้าเป็นดารานะยะ)
นึกถึงบรรดาคนที่เคยชอบ
ส่วนใหญ่ เป็นอาจารย์ไปแล้ว
บางคนอาชีพเดียวกัน บางคนก็อยู่ในวิชาชีพใกล้เคียง
บางคนเป็นหมอ ….

 

ชีวิตราบเรียบกลมกลืนไปกับลมหนาวจืดๆก่อนจะหมดปี

h1

please note that…and to be reconfirm

October 28, 2008

อาทิตย์ 261008 1651

 

หยุดปลายอาทิตย์นี้ไม่ต้องทำงาน

ก็รู้สึกแปลกๆที่ได้หยุดทั้งสองวัน เพราะปกติแล้ววันเสาร์ทำงานตลอดทุกเสาร์เลย

 

 

เราไม่ต้องไปอินเดียแล้ว..ค่อนข้างโล่งใจ

..แอบเสียดายเพราะอยากไป ถึงจะลำบากและทรมาน

แต่คิดไปคิดมา อาจจะดีก็ได้นะ เพราะว่ามีเจ๊ไปด้วยคงจะอยู่ไม่ค่อยสุขนัก

ให้เผือกไปกับเจ๊..เราก็อยู่นี่ต่อไป แต่พอเผือกกลับมา..คงจะเป็นสองอาทิตย์ที่แสนจะยาวนาน….

 

ฝนตกบ้าง หยุดบ้าง เดี๋ยวตกเดี๋ยวหยุด

คิดว่าอย่างมากฝนคงตกไปจนถึงกลางเดือน 11

ปลายเดือนหน้ามีไปเที่ยวเชียงรายกับที่บริษัท น่าจะสนุกดี

อากาศคงจะหนาวมาก….กว่าจะรู้ตัวอีกที ก็คงใกล้หมดปีเต็มทน

 

 

291008 0003

 

ขอให้รู้ไว้ว่า การเป็นเพื่อนกันธรรมดามันทำตัวลำบากเหลือเกิน….

และต่อให้เราเก็บความรู้สึกมากขนาดไหน ยังไงเค้าก็หาจนเจอทุกครั้งไป

 

<object width=”300″ height=”110″><param name=”movie” value=”http://media.imeem.com/m/886Qfr8LZL” /><param name=”wmode” value=”transparent” /><embed src=”http://media.imeem.com/m/886Qfr8LZL” type=”application/x-shockwave-flash” width=”300″ height=”110″ wmode=”transparent”></embed><br /><a href=”http://www.imeem.com/tagalong/music/rKECI_aK/friday/” target=”_blank”>คนที่เดินผ่าน</a></object>

h1

don’t fill my heart with lies

October 15, 2008

พุธ 151008 2050

 

 

แดดเปลี่ยนทิศแล้ว

แสดงว่าหน้าหนาวกำลังใกล้จะมาถึงจริงๆ

เมื่อตอนเย็นยังแอบคิดไปเองเลยว่า ฟ้ามืดเร็วกว่าปกติเยอะเลย

 

วันนี้อยู่บ้านอีกหนึ่งวันแล้วก็แอบหงอยนิดหน่อย

เพราะไม่รู้จะทำอะไร ถึงยังงั้นก็เถอะ ยังมีคนโทรมาตามงานด้วย

จะว่าไป ถึงจะเรียบๆง่ายๆ แต่เราว่าตอนนี้เราก็ชอบอยู่บ้านเฉยๆเหมือนกันนะ

 

ใกล้หมดปีขึ้นทุกที เราเริ่มคิดแล้วว่าจะซื้อของขวัญปีใหม่ให้ใครบ้าง

สนุกดี…

 

 

ตั้งแต่รู้ว่าว่าตานั่นจับได้ว่าเราคิดยังไง

ก็รู้สึกเขินๆเหมือนกัน ทำให้บางทีก็แอบฟุ้งซ่านคิดนั่นคิดนี่ไปเรื่อยเปื่อย

ทำให้ย้อนไปนึกถึงคนเก่าๆ เก่าไปถึงตั้งแต่มัธยมเลย จำได้ว่าตอนนั้นกับคนนี้นี่ชอบมาก

ป่านนี้เค้าคงลืมเราไปแล้วแหล่ะ ไม่ได้คบกัน คล้ายกับเดทๆกันมากกว่า

แต่เรานี่โคดชอบเค้าเลย เพราะรู้สึกว่ามันเก่งดี ตลกดี คุยอะไรด้วยก็สนุกไปหมด

จำไม่ได้จริงๆว่าทำไมถึงห่างๆกันไปนะ

มาคิดถึงอีกครั้งตอนนี้ ก็โตๆกันไปหมดแล้ว

ไม่รู้เค้าเป็นยังไงบ้างตอนนี้ รู้ว่าทำงานอะไร แต่ไม่รู้ว่าที่ไหน ????

โทรไปหา ??? ส่งเมลลึกลับไปบอก่าสวัสดี ?????

ถ้าตอนนี้ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ก็คงดี

 

สองสามวันกันได้คุยกับ ads

คุยกันตั้งนาน สนุกดี ทำให้นึกถึงสมัยก่อน

ads เป็นคนที่นึกถึงแลเวสบายใจที่สุด เพราะมันไม่ได้มีอะไรจี๋จ๋ามากนัก

นานๆคุยกันทีก็ทำให้ตื่นเต้นได้เหมือนกัน

มีบางครั้งที่แอบคิดว่า หรือเราควรจะทำอะไรให้มากกว่านี้ ?????

 

 

คิดถึงวีเหมือนกัน

ไม่รู้จะทำยังไงให้ความรู้สึกนี้หมดไปเสียที

เพราะเกิดขึ้นกับตัวเองแล้วมันอึดอัดเป็นบ้า

ทั้งๆที่ก็รู้ดีว่าอะไรเป็นยังไง อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ

 

 

เชื่อมั๊ยว่าเมื่อคืน และวันนี้ด้วยเราคิดถึงเรื่องคนสามคนนี้ตลอด

เหมือนกับว่าอยากเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

อยากให้เรารู้จักกันเหมือนแต่ก่อนที่เคยมี

แต่ครั้งนี้ condition มีแค่ว่า ก็เราเป็นเพื่อนกันไง

แบบว่า เอาข้ออ้างแบบผู้ใหญ่ที่โตๆแล้วมาบิดเบือนความจริงให้ตรงกับความต้องการของตัวเอง

ซึ่งจริงๆมันก็แค่ข้ออ้างแหล่ะ เพราะเรารู้จักตัวเองดีเกินไปด้วย

เลยรู้ว่าจริงๆแล้วเราคงแค่ lonely….

 

แต่เราก็คิดเปรียบเทียบระหว่างสองความจริง

คือ

1. life is too short อยากทำอะไรก็รีบทำเถอะ ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ชีวิตมันก็เท่านี้

2. ถ้าทำแล้วไม่มีประโยชน์ก็อย่าทำเลย

หรือถ้าทำตามใจแล้วผลที่ตามมามันสร้างความยุ่งยากให้ชีวิตก็อย่าทำ

 

 

สองข้อนี้มันอาจเป็นความจริงที่ตรงข้ามกันมากๆ

หรือจริงๆแล้วทั้งสอง เป็นเรื่องเดียวกัน!

 

 

คิดไม่ออก!

ไม่เข้าใจ อยากเข้าใจว่าข้อไหนคืออะไร จะได้จัดการชีวิตตัวเองถูก

แต่ไม่ว่ามันจะเป็นความหมายเดียวกันหรือไม่

เราเป็นบุคคลข้อสองเสมอ เพราะถึงจะรักคนอื่นมากกว่าตัวเอง

แต่ก็เหนื่อยกับการเจ็บปวดจากการไปยุ่งกับชีวิตของคนอื่นเต็มทน

 

 

ถ้าหากว่าชีวิตนี้ช่างสั้นนัก

เพื่อที่ว่าเราจะได้ทำอะไรตามที่ใจต้องการมากขึ้น

ทำไมมันถึงต้องแถมมากับความทุกข์ทรมานด้วยวะ ???

h1

check point?

October 12, 2008

อาทิตย์ 121008 1856

 

ทุกวันที่ผ่านมาก็เรื่อยเปื่อย เป็นปกติไม่มีอะไรกลุ้มใจเท่าไหร่นัก….

จากที่ปกติมักมีเรื่องให้หนักใจ  ปวดใจอยู่เสมอ

เจ้านายบอกว่าปลายเดือนให้ไปดู site ที่อินเดียกับเผือก

มันก็ดูเป็นโอกาสที่ดี แต่การไป site กับเผือกมักเป็น trip ที่ทรมานเสมอ

เราก็เลยค่อนข้างๆเฉยๆ เอนเอียงไปทางไม่อยากไป

เพราะช่วงนี้อารมณ์.เฉยๆ. อยู่ติดตามตัวเองไปทุกที่

แต่ในเมื่อมันเป็นงาน และเรายังทำงานให้เค้าอยู่…ก็คงต้องไป และทำต่อไป

 

พรุ่งนี้ลาสามวัน

แต่ปรากฏว่าเพราะไอ้งานอินเดียเนี่ยแหล่ะ

เราเลยต้องแวะไปทำงานวันจันทร์ ทั้งๆที่ลาไว้แล้ว

แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะว่าลึกๆแล้วก็ห่วงงานนี้อยู่เหมือนกัน

 

ฝนตกเปาะแปะมาได้ไม่กี่วัน สงสัลยเลยทำให้ปลายปีนี้ไม่เศร้าเท่าปีก่อน

เกี่ยวมั๊ยนี่???

 

 

 

เวลาที่มีคนมาเอาใจใส่กว่าปกตินี่มักทำให้เราอึดอัดเสมอ

มันเป็นพฤติกรรมที่เราไม่ชอบเอาเสียเลย

คือมันมาในแบบที่เราไม่ชอบน่ะ

ถ้ามาในแบบที่เรายินดีด้วยมันก็คงดี แต่นี่ไม่ใช่

มันกลายเป็นความไม่สบายกายและไม่สบายใจ

ทำให้เราเบื่อและไม่ชอบที่เค้ามาทำแบบนี้กับเรา

อึดอัดหว่ะ

 

บางทีเลยเกิดความรู้สึกผิดนิดหน่อย

ที่ต้องปฏิเสธแบบทื่อๆไป ก็มันไม่ชอบจริงๆ ไม่รู้จะทำยังไง

หวังว่าคนนั้นคงไม่ได้อึดอัดกับเราหรอกนะ

เพราะเท่าที่จำได้คือ เราก็รักษาระยะหว่างไว้ได้ดีพอสมควร

ไม่อยากให้เค้าอึดอัดกับการที่เราเป็นแบบนี้

 

 

เรื่องตานั่นมีความคืบหน้าด้วยนะ…

คือ นี่ก็ผ่านมา…(นับนิ้ว)..โอ้โห ครึ่งปีแล้ว

ผ่านความสับสนมาก็หลายครั้ง จนสุดท้าย เราก็กลายเป็นเฉยๆไป

คือชอบ มันก็ชอบแหล่ะ แต่ position ที่มีและเป็นอยู่

มันก็เป็นอย่างที่เป็นได้แค่นั้น แค่นั้นอย่างเดียว

ซึ่งเราก็โอเคนะ ก็เป็นเพื่อนกันไป

วันไหนมาเจอกัน คุยกันเยอะ ไปด้วยกัน มีโอกาสก็ไปกัน เราก็ยิ้มๆไป

วันไหนตัวใครตัวมัน ก็ทำงานของตัวเองกันไป

เราก็เฉยๆไง โอเคด้วยซ้ำกับการที่มันเป็นแบบนี้ เจอกันทุกวัน ทำงานกันไป

ไม่ต้องจีบกัน คุยกันปกติมาก

บางวันเราก็ลืมไปด้วยซ้ำว่าเราชอบเค้า

 

จนเกือบเดือนที่ผ่านมา

เราคิดว่าเค้าคงรู้ได้โดยไม่ยากแล้วล่ะ ว่าเราคิดยังไง

แล้วเรายังรู้อีกด้วยว่าเค้าสังเกตเรา ว่าเรายังคิดติดตามเค้าอยู่มั๊ยในระหว่างวัน

คือนะ อย่าทำยังงี้เลย กูชอบมึงแน่นอน

แต่แบบนี้…ถึงเค้าจะไม่ได้ตั้งใจ…เราก็วูบๆวาบๆเหมือนกันนะ

คือไม่ได้ตื่นเต้นเหมือนตอนที่รู้ตัวว่าชอบเค้าแรกๆหรอก

แต่มันรู้สึกแบบ ทำตัวไม่ค่อยถูกแฮะ

ไม่ต้องเชคเรทติ้ง ยังไงกูก็ชอบมึง มึงแย่กว่านี้กูก็ชอบมึง เข้าใจมั๊ย

 

 

ก็แปลกดีนะ หรือว่าเราคิดไปเองอีกแล้วไม่รู้สิ

มันก็ดูได้ไม่ยาก กับการที่เค้ามองเราด้วยสายตาแบบนั้น

ทำให้รู้ได้ว่า เค้าจับได้แล้วล่ะว่าเราคิดยังไง

เหมือนในเพลงในหนังที่ชอบพูดทำนองว่า “…สายตาเธอที่มองมา ..”ฯลฯ

 

ก็น้ำเน่าแบบตลกๆดีเหมือนกัน

ถามว่าตอนนี้เราคิดยังไง

เราก็คิดกับเค้าแบบเดิม และจะไม่ทำอะไรไปมากกว่านี้ด้วย

ทุกอย่างเหมือนเดิม เพราะเราไม่คิดว่าเค้าจะมารู้สึกจริงจังอะไรกับเราด้วย

 

ที่มันเป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว

คือเรารู้จักกันประมาณนึง เจอกันทุกวัน มีโอกาสก็ค่อยไปเที่ยวกัน

วันไหนไม่ว่าง ก็อยู่กับเพื่อนตัวเองไป

เราไปจีบเค้าไม่ได้ และคิดว่าสุดท้ายแล้ว ที่เป็นแบบนี้มันดีกับเราที่สุด

ถ้าจะมีอะไรมากกว่านี้คงไม่ได้มาจากเราแน่ๆ…

 

 

 

พอโตแล้วหลายๆอย่างมันก็เป็นธรรชาติขึ้นนะ

ว่ามั๊ย

h1

เพราะเราเป็นเพื่อนกันไง

September 28, 2008

อาทิตย์ 280908 1731

 

 

ฝนเพิ่งหยุดตก

 

 

ปวดหัวเป็นบ้า….ในที่สุดพรุ่งนี้ก็วันจันทร์

เราเบื่อกับการไปทำงานที่นี่อย่างที่สุดแล้ว….

ยื่นใบลาพักร้อนอีกแล้ว

แข็งใจไว้อีกสองอาทิตย์

อีกไม่นานก็หมดเดือนสิบ

อีกไม่นานก็เดือนธันวาแล้ว

 

 

อยากอยู่บ้าน ทำงานบ้าน

ซักผ้า ถูกบ้าน ล้างห้องน้ำมันทุกๆวัน…

นอกจากงานบ้านแล้ว

มาคิดๆดู เราไม่ได้ทำในสิ่งที่ชอบทำ…เคยชอบทำตั้งหลายอย่าง

เช่น การดูหนัง กับการอ่านหนังสือที่ชอบ ก็ไม่ได้ทำมาหลายเดือน

หลายอย่างที่หายไปถูกแทนที่ด้วยการทำงานมากเกินไป

จนบางครั้งเริ่มคิดว่า สิ่งที่ได้มาไม่คุ้มกับที่เสียไปเลย

เพราะตอนนี้กลายเป็นคนที่ไม่มีความสุขเท่าไหร่หนัก

 

ไม่รู้มันดีจริงรึเปล่ากับการทำงานอย่างหนักขนาดนี้

มันอาจจะดีในอนาคต แต่…สำหรับตอนนี้ก็ไม่รู้สิ

 

 

ตานั่นจะไปแล้วจริงๆด้วย

เราก็…ไม่รู้จะเอายังไงเหมือนกัน

บางวันก็สนิทกันเกิน จนรู้สึกว่า เฮ้ย อย่าเพิ่งรีบหมดวัน อย่างเพิ่งรีบจบกันได้มั๊ย

บางทีก็ไม่ได้พูดกัน แบบ แยกกันไปเลย

เราก็พยามทำความเข้าใจความสัมพันธ์

เพราะเราเป็นเพื่อนธรรมดากันไง ไม่ใช่เพื่อนสนิท

อีกอย่าง ไม่อยากเป็นมากกว่าหรือสนิทกว่านี้ด้วยแหล่ะ

 

ไม่ได้เสียใจนะ พูดจริงๆ….ออกจะโล่งใจมากกว่า

 อยากอยู่แบบสงบสักพัก