Archive for April, 2008

h1

wake me up when things come done

April 28, 2008

จันทร์ 280408 2331

 

 

นี่จะเป็นครั้งที่สอง ที่คิดกับตัวเองอย่างจริงจัง

ว่านี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกับชีวิตเราวะเนี่ย

 

ตั้งแต่ปีใม่ ก็ทำงานมาเรื่อยแบบมาราธอนตลอดสี่เดือน

เหมือนปีที่แล้ว ปีใหม่ก็ได้หยุดประมาณนึง

สงกรานต์ได้หยุดสองวัน แต่ก็มีโทรศัพท์เรื่องงานมาเป็นระยะ

สี่เดือน ทำงานถึงเช้าสองวัน

ดึกมากก็หลายวัน

งานเยอะมากกว่าปกติ ซึ่งทำเราเหนื่อยมาก

เป็นอีกครั้งที่คิดอย่างจริงจัง ว่าอยากจะพักจากงานชั่วคราว

ไม่ได้โทรหาเพื่อนเกือบเดือนแล้วมั๊ง

ไม่ได้หยุดพัก ไปเที่ยวมาสามเดือน

ทำงานสองอาทิตย์ติดกันทุกเดือนเลย

 

อยากพักจริงๆนะ

คุยกับพี่ท้อป ว่าจะยังไง

ก็คงต้องทำมาราธอนไปอีกอย่างน้อยเจ็ดวัน แล้วค่อยยาวไปจนสิ้นเดือน

ซึ่งพอหมดเดือนห้า แล้วก็ไม่รู้จะยังไงต่อเหมือนกัน

 

 

เหนื่อยจริงๆ

มีใครเข้าใจกูบ้างมั๊ยวะ

 

 

เรื่องหัวใจ

 

เรื่อยๆ กลางๆ ค่อนข้างตกกราฟ

เพราะเราไม่มีแรงทำอะไรเลย

เราไม่มีแรงแม้แต่จะพยาม ทุกอย่างมันพันกันยุ่งเหยิงไปหมด

และจากสภาพที่เห็นทุกๆวัน

เราไม่คิดว่าเค้าจะชอบเราหรอกนะ ….จริงๆ

เศร้ามั๊ยล่ะะแก ????

 

 

ก็เศร้านะ เพราะเราชอบเค้าไปแล้วเนี่ยสิ

 

เรื่องมันก็บ้าบอขึ้นทุกวัน

อยากให้เรื่องมันผ่านๆไปสักที

แต่ก็คงเหมือนงาน ถ้าไม่ลงมือทำ มันก็คงไม่จบสิ้นล่ะมั๊ง

 

และเหมือนเคย …. เราไม่เคยแม้แต่บอกเค้าสักครั้งว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นแล้วบ้าง

ได้แต่หวังลมๆแล้งๆว่า เผื่อระหว่างนี้ เค้าจะรู้ได้ด้วยตัวเองโดยธรรมาชาติ ว่าเราคิดยังไง

 

ก็นั่นแหล่ะนะ ชีวิตเบี้ยวๆของกู

h1

hope things get better real soon

April 15, 2008

อังคาร 150408 2315

 

Hope things get better real soon.

 

ประโยคสุดท้ายของ sms ที่เราส่งไปคร่ำครวญกับบัวเมื่อเย็นวันนี้

ก็มานึกเอาได้หกชั่วโมงหลังจากนั้นว่า

จริงๆแล้วทุกอย่างมันก็เป็นปกติของมัน

คนอื่นเค้าก็เป็นของเค้าไป

ตานั่นก็เป็นใช้ชีวิตของเค้าไป ไม่ว่าจะปกติหรือไม่

แต่ทุกอย่างก็เป็นของมันอยู่อย่างนี้ ดำเนินไปด้วยเรื่องราวของมัน

 

เรานี่แหล่ะ ที่ไม่ปกติ

 

 

หลังจากคิดอยู่หลายวัน

ก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดี ว่าจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร

ทำไมมันถึงได้เหนื่อยยาก และควบคุมไม่ได้เลยวะ

โอเค ถึงแม้ว่า บางอย่างที่นอกเหนือสิ่งที่ทำได้ เราต้องปล่อย

แต่สำหรับครั้งนี้ พบว่าหลายอย่างเราน่าจะคุมมันได้ เข้าใจตัวเองได้ดีกว่านี้

ปัญหายิ่งใหญ่คือ เราไม่รู้ว่าเราต้องการอะไร

บวกกับช่วงนี้ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

เรื่องงานกับเรื่องใจเลยปนกันไปหมด

สูญเสียประสิทธิภาพในการตัดสินใจและใช้สมอง

 

อยากพักผ่อนใจบ้างเหมือนกัน

 

 

h1

why you left HK ?

April 13, 2008

อาทิตย์ 130408 1830

 

 

สองวันผ่านไปเร็วจัง

จริงๆอยากออกไปทำงาน เพราะไม่อยากโดนทวง

โดนทวงแล้วเครียด ไม่ชอบ อึดอัด

แต่ก็เดินทางลำบาก เพราะแดดร้อนมากและโดนสาดน้ำแหงๆ

ไม่ว่ายังไงก็ตาม พรุ่งนี้จะ้เกาะรถแม่ไป

ทำไมต้องเป็นกูตลอดเลยวะ กูเนี่ยยยยย

กูนี่มันเก่ง หรือมันดี หรือเป็นคนสำคัญ

หรือเ้ป็นพวกซวยยยยยยย

อยากหยุด อยากพักกับเค้าบ้างนี่ไม่ได้เลยจริงๆ

 

เหนื่อยจัง

 

 

อยากไปเที่ยว

วันนี้ไม่ทำอะไร นั่งเปิดเวปไปเรื่อยๆ

ทำให้อยากไปฮ่องกงขึ้นมาอย่างรุนแรง

เป็นเพราะตาคนนั้นด้วย ทำให้เราอยากไปเที่ยวฮ่องกง มาเก๊าสักครั้ง

ไม่เคยไปเที่ยวเลย เคยแต่ไปต่อเครื่องบิน

นั่งมองฮ่องกงตาปริบๆจากตู้กระจกด้านใน

 

พาไปหน่อยสิ…

h1

dear summer

April 12, 2008

เสาร์ 120408 2205

 

 

แล้วฤดูร้อนก็กลับมาหากันอีกครั้ง

เหมือนปีใหม่จริงๆ เพราะทุกฤดูร้อน จะมีเรื่องเกิดขึ้น เพิ่มขึ้นทุกปี

เช่นเดียวกับปีนี้

 

หลายๆคนในที่ทำงานบอกว่าระยะหลังเราดูเหนื่อยกว่าปกติ

ก็ตกใจนิดหน่อย รู้สึกตัวเหมือนกันว่าเหนื่อย

แค่ไม่คิดว่ามันจะแย่ขนาดนั้น

 

มันเหนื่อยๆ เครียดๆ เซ็งๆ ยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก

พอมันเหนื่อยมาก แล้วนอนไม่หลับ ทั้งๆที่เพลียแต่นอนไม่หลับ

กลับดึกมาก นอนน้อยมาก คิดมากไปตามๆกัน

 

คิดมาก คิดไม่ออก ตัดสินใจไม่ถูก ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร

บางเรื่องคิดไม่ออกจนขั้น อยากโทรปรึกษาหมอดู

เพื่อนก็แบบตกใจ เฮ้ยแกอย่าคิดมากไปไกลขนาดนั้น

อย่าซีเรียสกับความรู้สึกขนาดนั้น เหนื่อยก็หยุดทำ

 

อะไรทำนองนั้น

แต่ก็คือ ไม่รู้สิ เป็นเรื่องที่เราไม่เข้าใจว่า ตอนไหนมันซีเรียสไป ตอนไหนคือเหนื่อยเกิน

เราไม่รู้ว่าเราต้องการอะไร ???????????????????

 

อยากให้สักวัน จะเข้าใจเราบ้าง

 

h1

ยืนมองท้องฟ้าไม่เป็นเช่นเคย

April 7, 2008

summer-paradox

 

จันทร์ 070408 1951

 

 
พบว่า การไปทำงานด้วยหัวใจเศร้าๆนี่มันยากเหลือเกิน

 

 

 
อยู่ดีๆก็คิดถึงวีขึ้นมามากผิดปกติ
ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีต่อกี่ปี
ทุกฤดูร้อนจะพาความรู้สึกนี้กลับมาพร้อมกันเสมอ

 
ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ และตลอดไป
วีไม่เคยรักเราแม้สักครั้งเดียว
ซึ่งต่อให้ไม่มีอะไรจริงไปมากกว่านี้
เรายังรู้สึกกับวีเหมือนเดิม
คิดถึงวีอยู่เรื่อยมา ไม่เคยเปลี่ยน
ตั้งแต่วันแรก จนถึงวันนี้ และอาจจตลอดไป

 

เฮ้อ เมื่อไหร่จะเลิกเป็นแบบนี้ซะที โตแล้วนะ
สถานการณ์เรื่องวีดีขึ้น
ก็มีคิดถึงบ้างในหลายๆครั้ง

 
เมื่อกี๊ดู MV พี่เบิร์ด ว่าด้วยเรื่องการนอนไม่หลับ
ความรู้สึกเก่าๆเลยล้นเข้ามาในใจ
เราเป็นโรคนอนไม่หลับอย่างสม่ำเสมอตามอารมณ์และความเครียด
เมื่อก่อนนอนไม่หลับบ่อย
เพราะเครียดงาน และสับสนเรื่องวี
ปนกันไปปนกันมา
ดู mv แล้วก็สะเทือนใจไปด้วย
ถ้าหากว่าวันนี้ ใจเรายังเศร้าเหมือนปีที่แล้ว
พรุ่งนี้เราจะเอาแรงที่ไหนไปทำงาน
เราจะทำงานให้มันดีได้ยังไง
ตอนนั้นก็ผ่านมันมาด้วยความยากลำบากพอสมควร

แปลกดี คิดย้อนไปแล้วก็เออนะ มันทรมานอยู่เหมือนกัน

 

คิดว่าวีคงยังทำงานที่เดิม อย่างที่อยากจะทำ
คงมีความสุขดีกับใครสักคนหนึ่ง
ส่วนเรา
ก็ทำแต่งานตลอด
ยังทำงานที่เดิมเหมือนสองปีที่แล้ว

และมีความสุขดีกับสิ่งที่ทำ

h1

กำเริบ

April 1, 2008

อังคาร 010408 2110
หลังจากการรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี
และโฟกัสทั้งหมดไปกับการทำงานติดกันสองอาทิตย์
มารู้เอาเมื่อวานว่าลูกค้าขอเลื่อนประชุมไปอีก ยี่สิบวัน
ถ้าเป็นอารมณ์ปกติคงร้องไห้เป็นบ้าไปแล้ว
แต่มันเหนื่อยมากจนไม่มีแรง ก็เลยนั่งปลงๆไปยังงั้นๆ
แผนชีวิตที่คิดไว้ในระยะสี่วันเปลี่ยนทันที
นั่งทำ co ordinate ต่ออีกสองวัน
เหนื่อยกว่าเดิม….
กูอยากจะบ้า
และที่แน่กว่าสิ่งไหนๆ
เราเลื่อนกำหนดลาออก ให้ยืดออกไปอย่างเป็นทางการแล้ว
เหตุผลเพราะตาคนนั้น….
ไม่ใช่!
เหตุผลเป็นเพราะ เรื่องราวทางวิชาชีพส่วนตัว
อดทนต่อไปนะแก ไม่มีอะไรไปมากกว่าอดทน

โรคเก่ากำเริบ


เมื่อไหร่จะหายวะ

เราก็ไม่รู้จะทำยังไง ให้มันคืบหน้าไปกว่านี้
ถ้าถามว่าชอบมั๊ย ก็ชอบแหล่ะ
ชอบจริงมั๊ย ก็ไม่รู้หรอก
ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่

เรื่องใหญ่ก็คือ 
1.จีบใครไม่เป็น
2.ถ้าตานั่นไม่ชอบเราขึ้นมา

ข้าจะแบกหน้าไปทำงานได้ยังไงอีกตั้งหลายเดือน

อ่านถึงตรงนี้แล้ว อย่าได้โปรดว่าทับถมว่าทำไมเราคิดมากจัง
เราเป็นของเรายังงี้มาตั้งแต่ชาติที่แล้ว
ก็ไม่รู้ คิดแล้วโมโหตัวเอง

แกช่วยชอบเราก่อนได้มั๊ยวะ…..Y_Y