Archive for October, 2008

h1

please note that…and to be reconfirm

October 28, 2008

อาทิตย์ 261008 1651

 

หยุดปลายอาทิตย์นี้ไม่ต้องทำงาน

ก็รู้สึกแปลกๆที่ได้หยุดทั้งสองวัน เพราะปกติแล้ววันเสาร์ทำงานตลอดทุกเสาร์เลย

 

 

เราไม่ต้องไปอินเดียแล้ว..ค่อนข้างโล่งใจ

..แอบเสียดายเพราะอยากไป ถึงจะลำบากและทรมาน

แต่คิดไปคิดมา อาจจะดีก็ได้นะ เพราะว่ามีเจ๊ไปด้วยคงจะอยู่ไม่ค่อยสุขนัก

ให้เผือกไปกับเจ๊..เราก็อยู่นี่ต่อไป แต่พอเผือกกลับมา..คงจะเป็นสองอาทิตย์ที่แสนจะยาวนาน….

 

ฝนตกบ้าง หยุดบ้าง เดี๋ยวตกเดี๋ยวหยุด

คิดว่าอย่างมากฝนคงตกไปจนถึงกลางเดือน 11

ปลายเดือนหน้ามีไปเที่ยวเชียงรายกับที่บริษัท น่าจะสนุกดี

อากาศคงจะหนาวมาก….กว่าจะรู้ตัวอีกที ก็คงใกล้หมดปีเต็มทน

 

 

291008 0003

 

ขอให้รู้ไว้ว่า การเป็นเพื่อนกันธรรมดามันทำตัวลำบากเหลือเกิน….

และต่อให้เราเก็บความรู้สึกมากขนาดไหน ยังไงเค้าก็หาจนเจอทุกครั้งไป

 

<object width=”300″ height=”110″><param name=”movie” value=”http://media.imeem.com/m/886Qfr8LZL” /><param name=”wmode” value=”transparent” /><embed src=”http://media.imeem.com/m/886Qfr8LZL” type=”application/x-shockwave-flash” width=”300″ height=”110″ wmode=”transparent”></embed><br /><a href=”http://www.imeem.com/tagalong/music/rKECI_aK/friday/” target=”_blank”>คนที่เดินผ่าน</a></object>

h1

don’t fill my heart with lies

October 15, 2008

พุธ 151008 2050

 

 

แดดเปลี่ยนทิศแล้ว

แสดงว่าหน้าหนาวกำลังใกล้จะมาถึงจริงๆ

เมื่อตอนเย็นยังแอบคิดไปเองเลยว่า ฟ้ามืดเร็วกว่าปกติเยอะเลย

 

วันนี้อยู่บ้านอีกหนึ่งวันแล้วก็แอบหงอยนิดหน่อย

เพราะไม่รู้จะทำอะไร ถึงยังงั้นก็เถอะ ยังมีคนโทรมาตามงานด้วย

จะว่าไป ถึงจะเรียบๆง่ายๆ แต่เราว่าตอนนี้เราก็ชอบอยู่บ้านเฉยๆเหมือนกันนะ

 

ใกล้หมดปีขึ้นทุกที เราเริ่มคิดแล้วว่าจะซื้อของขวัญปีใหม่ให้ใครบ้าง

สนุกดี…

 

 

ตั้งแต่รู้ว่าว่าตานั่นจับได้ว่าเราคิดยังไง

ก็รู้สึกเขินๆเหมือนกัน ทำให้บางทีก็แอบฟุ้งซ่านคิดนั่นคิดนี่ไปเรื่อยเปื่อย

ทำให้ย้อนไปนึกถึงคนเก่าๆ เก่าไปถึงตั้งแต่มัธยมเลย จำได้ว่าตอนนั้นกับคนนี้นี่ชอบมาก

ป่านนี้เค้าคงลืมเราไปแล้วแหล่ะ ไม่ได้คบกัน คล้ายกับเดทๆกันมากกว่า

แต่เรานี่โคดชอบเค้าเลย เพราะรู้สึกว่ามันเก่งดี ตลกดี คุยอะไรด้วยก็สนุกไปหมด

จำไม่ได้จริงๆว่าทำไมถึงห่างๆกันไปนะ

มาคิดถึงอีกครั้งตอนนี้ ก็โตๆกันไปหมดแล้ว

ไม่รู้เค้าเป็นยังไงบ้างตอนนี้ รู้ว่าทำงานอะไร แต่ไม่รู้ว่าที่ไหน ????

โทรไปหา ??? ส่งเมลลึกลับไปบอก่าสวัสดี ?????

ถ้าตอนนี้ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ก็คงดี

 

สองสามวันกันได้คุยกับ ads

คุยกันตั้งนาน สนุกดี ทำให้นึกถึงสมัยก่อน

ads เป็นคนที่นึกถึงแลเวสบายใจที่สุด เพราะมันไม่ได้มีอะไรจี๋จ๋ามากนัก

นานๆคุยกันทีก็ทำให้ตื่นเต้นได้เหมือนกัน

มีบางครั้งที่แอบคิดว่า หรือเราควรจะทำอะไรให้มากกว่านี้ ?????

 

 

คิดถึงวีเหมือนกัน

ไม่รู้จะทำยังไงให้ความรู้สึกนี้หมดไปเสียที

เพราะเกิดขึ้นกับตัวเองแล้วมันอึดอัดเป็นบ้า

ทั้งๆที่ก็รู้ดีว่าอะไรเป็นยังไง อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ

 

 

เชื่อมั๊ยว่าเมื่อคืน และวันนี้ด้วยเราคิดถึงเรื่องคนสามคนนี้ตลอด

เหมือนกับว่าอยากเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

อยากให้เรารู้จักกันเหมือนแต่ก่อนที่เคยมี

แต่ครั้งนี้ condition มีแค่ว่า ก็เราเป็นเพื่อนกันไง

แบบว่า เอาข้ออ้างแบบผู้ใหญ่ที่โตๆแล้วมาบิดเบือนความจริงให้ตรงกับความต้องการของตัวเอง

ซึ่งจริงๆมันก็แค่ข้ออ้างแหล่ะ เพราะเรารู้จักตัวเองดีเกินไปด้วย

เลยรู้ว่าจริงๆแล้วเราคงแค่ lonely….

 

แต่เราก็คิดเปรียบเทียบระหว่างสองความจริง

คือ

1. life is too short อยากทำอะไรก็รีบทำเถอะ ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ชีวิตมันก็เท่านี้

2. ถ้าทำแล้วไม่มีประโยชน์ก็อย่าทำเลย

หรือถ้าทำตามใจแล้วผลที่ตามมามันสร้างความยุ่งยากให้ชีวิตก็อย่าทำ

 

 

สองข้อนี้มันอาจเป็นความจริงที่ตรงข้ามกันมากๆ

หรือจริงๆแล้วทั้งสอง เป็นเรื่องเดียวกัน!

 

 

คิดไม่ออก!

ไม่เข้าใจ อยากเข้าใจว่าข้อไหนคืออะไร จะได้จัดการชีวิตตัวเองถูก

แต่ไม่ว่ามันจะเป็นความหมายเดียวกันหรือไม่

เราเป็นบุคคลข้อสองเสมอ เพราะถึงจะรักคนอื่นมากกว่าตัวเอง

แต่ก็เหนื่อยกับการเจ็บปวดจากการไปยุ่งกับชีวิตของคนอื่นเต็มทน

 

 

ถ้าหากว่าชีวิตนี้ช่างสั้นนัก

เพื่อที่ว่าเราจะได้ทำอะไรตามที่ใจต้องการมากขึ้น

ทำไมมันถึงต้องแถมมากับความทุกข์ทรมานด้วยวะ ???

h1

check point?

October 12, 2008

อาทิตย์ 121008 1856

 

ทุกวันที่ผ่านมาก็เรื่อยเปื่อย เป็นปกติไม่มีอะไรกลุ้มใจเท่าไหร่นัก….

จากที่ปกติมักมีเรื่องให้หนักใจ  ปวดใจอยู่เสมอ

เจ้านายบอกว่าปลายเดือนให้ไปดู site ที่อินเดียกับเผือก

มันก็ดูเป็นโอกาสที่ดี แต่การไป site กับเผือกมักเป็น trip ที่ทรมานเสมอ

เราก็เลยค่อนข้างๆเฉยๆ เอนเอียงไปทางไม่อยากไป

เพราะช่วงนี้อารมณ์.เฉยๆ. อยู่ติดตามตัวเองไปทุกที่

แต่ในเมื่อมันเป็นงาน และเรายังทำงานให้เค้าอยู่…ก็คงต้องไป และทำต่อไป

 

พรุ่งนี้ลาสามวัน

แต่ปรากฏว่าเพราะไอ้งานอินเดียเนี่ยแหล่ะ

เราเลยต้องแวะไปทำงานวันจันทร์ ทั้งๆที่ลาไว้แล้ว

แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะว่าลึกๆแล้วก็ห่วงงานนี้อยู่เหมือนกัน

 

ฝนตกเปาะแปะมาได้ไม่กี่วัน สงสัลยเลยทำให้ปลายปีนี้ไม่เศร้าเท่าปีก่อน

เกี่ยวมั๊ยนี่???

 

 

 

เวลาที่มีคนมาเอาใจใส่กว่าปกตินี่มักทำให้เราอึดอัดเสมอ

มันเป็นพฤติกรรมที่เราไม่ชอบเอาเสียเลย

คือมันมาในแบบที่เราไม่ชอบน่ะ

ถ้ามาในแบบที่เรายินดีด้วยมันก็คงดี แต่นี่ไม่ใช่

มันกลายเป็นความไม่สบายกายและไม่สบายใจ

ทำให้เราเบื่อและไม่ชอบที่เค้ามาทำแบบนี้กับเรา

อึดอัดหว่ะ

 

บางทีเลยเกิดความรู้สึกผิดนิดหน่อย

ที่ต้องปฏิเสธแบบทื่อๆไป ก็มันไม่ชอบจริงๆ ไม่รู้จะทำยังไง

หวังว่าคนนั้นคงไม่ได้อึดอัดกับเราหรอกนะ

เพราะเท่าที่จำได้คือ เราก็รักษาระยะหว่างไว้ได้ดีพอสมควร

ไม่อยากให้เค้าอึดอัดกับการที่เราเป็นแบบนี้

 

 

เรื่องตานั่นมีความคืบหน้าด้วยนะ…

คือ นี่ก็ผ่านมา…(นับนิ้ว)..โอ้โห ครึ่งปีแล้ว

ผ่านความสับสนมาก็หลายครั้ง จนสุดท้าย เราก็กลายเป็นเฉยๆไป

คือชอบ มันก็ชอบแหล่ะ แต่ position ที่มีและเป็นอยู่

มันก็เป็นอย่างที่เป็นได้แค่นั้น แค่นั้นอย่างเดียว

ซึ่งเราก็โอเคนะ ก็เป็นเพื่อนกันไป

วันไหนมาเจอกัน คุยกันเยอะ ไปด้วยกัน มีโอกาสก็ไปกัน เราก็ยิ้มๆไป

วันไหนตัวใครตัวมัน ก็ทำงานของตัวเองกันไป

เราก็เฉยๆไง โอเคด้วยซ้ำกับการที่มันเป็นแบบนี้ เจอกันทุกวัน ทำงานกันไป

ไม่ต้องจีบกัน คุยกันปกติมาก

บางวันเราก็ลืมไปด้วยซ้ำว่าเราชอบเค้า

 

จนเกือบเดือนที่ผ่านมา

เราคิดว่าเค้าคงรู้ได้โดยไม่ยากแล้วล่ะ ว่าเราคิดยังไง

แล้วเรายังรู้อีกด้วยว่าเค้าสังเกตเรา ว่าเรายังคิดติดตามเค้าอยู่มั๊ยในระหว่างวัน

คือนะ อย่าทำยังงี้เลย กูชอบมึงแน่นอน

แต่แบบนี้…ถึงเค้าจะไม่ได้ตั้งใจ…เราก็วูบๆวาบๆเหมือนกันนะ

คือไม่ได้ตื่นเต้นเหมือนตอนที่รู้ตัวว่าชอบเค้าแรกๆหรอก

แต่มันรู้สึกแบบ ทำตัวไม่ค่อยถูกแฮะ

ไม่ต้องเชคเรทติ้ง ยังไงกูก็ชอบมึง มึงแย่กว่านี้กูก็ชอบมึง เข้าใจมั๊ย

 

 

ก็แปลกดีนะ หรือว่าเราคิดไปเองอีกแล้วไม่รู้สิ

มันก็ดูได้ไม่ยาก กับการที่เค้ามองเราด้วยสายตาแบบนั้น

ทำให้รู้ได้ว่า เค้าจับได้แล้วล่ะว่าเราคิดยังไง

เหมือนในเพลงในหนังที่ชอบพูดทำนองว่า “…สายตาเธอที่มองมา ..”ฯลฯ

 

ก็น้ำเน่าแบบตลกๆดีเหมือนกัน

ถามว่าตอนนี้เราคิดยังไง

เราก็คิดกับเค้าแบบเดิม และจะไม่ทำอะไรไปมากกว่านี้ด้วย

ทุกอย่างเหมือนเดิม เพราะเราไม่คิดว่าเค้าจะมารู้สึกจริงจังอะไรกับเราด้วย

 

ที่มันเป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว

คือเรารู้จักกันประมาณนึง เจอกันทุกวัน มีโอกาสก็ค่อยไปเที่ยวกัน

วันไหนไม่ว่าง ก็อยู่กับเพื่อนตัวเองไป

เราไปจีบเค้าไม่ได้ และคิดว่าสุดท้ายแล้ว ที่เป็นแบบนี้มันดีกับเราที่สุด

ถ้าจะมีอะไรมากกว่านี้คงไม่ได้มาจากเราแน่ๆ…

 

 

 

พอโตแล้วหลายๆอย่างมันก็เป็นธรรชาติขึ้นนะ

ว่ามั๊ย