Archive for the ‘My Miserable’ Category

h1

ทางสายเบี้ยว

December 7, 2008

อาทิตย์ 071208 1946

 

 

แม้ว่าได้พยามเอาใจออกห่างแล้ว
เราก็ยังรู้ตัวอยู่เสมอว่าในความเป็นจริงมันไม่ง่ายขนาดนั้น…
ตลอดเวลาที่ผ่านมา
เราทำตัวลำบากและทำใจลำบากกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น
จะยังไงดี…

เป็นเพื่อน ก็ไม่ใช่
เป็นเพื่อนที่ทำงานก็ไม่ใช่
เป็นคนรู้จักก็ไม่ได้…
ไม่ได้เป็นอะไรกันเลย…คงใกล้เคียงที่สุด
แล้วยังไง ?
ไม่ต้องคอยช่วยเหลือกัน
ไม่ต้องคอยปรึกษากัน
ไม่ต้องพูดกันอีกแล้วใช่มั๊ย
ถึงจะสบายใจ ….

 

เราได้พยามกันความรู้สึกตัวเอง
เอาไปวางไว้ในที่ที่เหมาะสม
แต่เมื่อมันไม่ได้ผล เราก็ต้องทำตัวเฉยเฉย
ไม่พูดและไม่หัวเราะ
ซึ่งไม่ได้ชอบนัก เพราะรู้ว่าไม่ใช่คนแบบนั้น…
อยากจะด่าให้สาแก่ใจ
แต่พยามข่มอารมณ์บ้าๆพวกนี้ไว้
คิดว่าจะไม่ทำนะ ..แต่บางทีก็เสียใจมากเกินไปกับเรื่องนี้

สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้
ก็มีแต่ความโมโห และความเจ็บใจ
หลังๆพูดกับเค้าน้อยลง
น้อยลงอย่างมาก
พยามเลี่ยงไม่เจอให้น้อยที่สุด
เพราะ base on จากคำที่เตือนตัวเองบ่อยๆว่าไม่ได้เป็นอะไรกันนิ
แต่เค้ามักจะมาพูดด้วยเสมอ มาถาม เราหนี เค้าก็ตาม….
ทำให้มันยากขึ้นไปอีก
จริงๆแล้วที่มันซับซ้อนคงเป็นเพราะตัวเราเองมากกว่า

แต่ขอร้องล่ะ
เรากำลังพยามหนีเรื่องลำบากใจพวกนี้
จะให้เราทำตัวแบบไหน…
เราถึงจะไปด้วยกันคนละทางได้…

 อีกครั้งที่ทำให้รู้ว่า
ความจริงใจเป็นสิ่งที่ควรประหยัดกว่าความดี
ด้วยเพราะว่าความจริงใจจองเราเป็นพื้นฐานให้เกิดความดี
และมันหมดเร็วกว่าที่คิดไว้เยอะ….

h1

based on true feeling

June 29, 2008

อาทิตย์ 290608 2012

 

ตอนเดินกลับบ้านกลับบ้านช่วงโพล้เพล้

เพลงใน iPod ดันเล่นเพลงที่ฟังแล้วจ๋อย

เดินหงอยๆกลับบ้าน …..

 

 

นี่คือความคิดที่ไม่ได้ติดลบเลยจริงๆนะ

เพราะทั้งหมดที่ประเมินผลออกมา นี่ based on ความจริงล้วนๆ

 

 

สิ่งที่แรกที่เห็นได้ชัดเจนอย่างออกนอกหน้านอกตาก็คือ…..

อารมณ์ของเราขึ้นลงตามตานั่น

 

เค้าจ๋อย เราจ๋อยกว่า

เค้าอารมณ์ดี เรายิ้มได้มากกว่า

 

เค้าพูดด้วย เราก็ร่าเริงมากเกินระดับปกติ

และถ้าเค้าเมินใส่ เราก็จะ drop ลงไปในทันที….

 

 

นี่คือเรื่องจริงที่สุดที่เกิดขึ้นในตอนนี้

ไม่มีอะไรจริงกว่านี้อีกแล้ว

เรารู้ว่ามันไม่ดีกับตัวเอง เพราะไม่ควรเอาชีวิตไปฝากไว้กับใคร

แต่…มันก็เป็นแบบนี้ไปเสียแล้ว

พยามหาทางกู้ชีวิตตัวเองด้วยความลำบาก…..

ไม่รู้จะแก้ยังไงเหมือนกัน ขอเวลาอีกสักพัก

 

 

 

อีกอย่างก็คือ

(แม้ว่านี่อาจเป็นการคิดเอง เออเองส่วนตัว

หรือเพื่อนเราบางคน อาจใช้ประโยคสามัญมาไกล่เกลี่ยเรื่องนี้

แต่ก็ เราไม่ต้องการได้ยินคำพูดที่ว่า แกคิดมากเกินไป-กูรู้ ถ้ากูไม่คิดมาก จะเป็นแบบนี้เหรอ

หรือ อะไรเทือกๆนี้ ที่ฟังแล้วเบื่อมาก)

 

ถึงแม้ว่า เราจะดีกว่านี้ ดีที่สุด ดีอย่างเหมาะสม หรืออะไรก็ตามแต่

แต่สุดท้ายแล้ว มันก็ไม่ได้ช่วยอะไร

เพราะทุกอย่างล้วนมากจากความพึงพอใจส่วนบุคคลทั้งนั้น

ถึงเราจะดีกว่านี้ มันก็คงไม่ได้จะเป็นอย่างที่คิดไว้หรอก

 

 

 

เราก็ไม่ได้อยากพาตัวเองอยู่ในสถานการณ์ลำบากแบบนี้

ก็พยามคิดถึง เอาแค่ประมาณไม่ทำร้ายตัวเอง

แต่บางทีเจอบางเรื่อง รับรู้บางเรื่อง หรือแม้บางอย่างเป็นการเรื่องใส่ตัวเอง

มันก็ทำให้เราจุกเหมือนกัน ก็สะเทือนใจไปพักใหญ่ เจ๊งไปหลายวัน

..เหมือนวันนี้ที่หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆเลย

ก็เป็นไงล่ะ เหมือนเช่นเคย เก็บซากกลับมาแทบไม่ทัน

ได้แต่ยืนนิ่งอยู่ยังงั้น นั่งจืดชืดอยู่ยังงั้น

 

 

เราไม่คิดว่า มันจะมีอะไรดีกว่านี้หรอกมั๊ง

ต้องอยู่แบบนี้ต่อไปให้ได้ ก็เท่านั้นเอง

มันตลกตรงที่ว่า เราก็มองมาที่ตานั่นด้วยความรู้สึกดีมาโดยตลอด (มีหมั่นไส้อยู่บ้าง บางที)

ตานั่นก็ยังหลงทางกับ past tense และพยามสร้างความรู้สึกดีให้กับคนในอดีตตลอดเวลา

ส่วนคนในอดีตของตานั่น ก็กำลังสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับอีกคน

ส่วนอีกคนที่ว่า ก็ดูท่าจะไม่ค่อยดีนัก

 

ฯลฯ

 

future tense ของคนอื่น

past tense กับคนอื่น

และ

continuous tense กับคนอื่น

 

 

ไม่มีใครเป็น present tense ซึ่งกันและกันเลย

h1

born on a blue day

May 25, 2008

อาทิตย์ 250508

 

เศร้าๆชีวิตอยู่สองวัน

รู้สึก lonely ไม่รูว่าเพราะมันเศร้าจริงๆ หรือว่าเพราะใกล้เป็นเมนส์

เมื่อวานเจอตานั่นอย่างไม่ตั้งใจ…ที่ทำงาน

ไม่คิดว่าเค้าจะมาไง แต่นึกไปนึกมา มีส่งงานสิ้นเดือนใกล้ๆกัน

…… ทำไม มันเจอหน้ากันแล้วเรารู้สึกเศร้าวะ

 

ทั้งๆที่เค้าก็ไม่ได้ทำอะไร negative กับเราเลยนะ

หรือเรามันก็แค่คิดมากไปเกินความจริง เป็นยังงี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าวะ

 

โอเค เราชอบเค้าแน่ๆ

แค่นี้ก็ลำบากใจจะแย่อยู่แล้ว

บวกกับด้วยความไม่กล้าของเรา ทำให้อะไรๆมันก็แย่เข้าไปอีก

ซึ่งไม่รู้จะไม่กล้าไปทำไม ในเมื่อเค้าก็รู้แล้วแหล่ะว่าเราคิดยังไง

แม้ว่าอาจจะยังไม่ได้ยืนยันเป็นคำพูดจากเรา

แต่ก็เชื่อว่า เค้าคงรู้ได้ไม่ยาก

 

 

นี่แหล่ะที่ทำให้เราเศร้า

ซึ่งมันไร้สาระ และไม่มีเหตุผลอย่างมากๆกับการที่

1. เราชอบเค้า

2. เราไม่กล้าลงมือทำอะไรและพูดอะไร

3. เค้าก็รู้แล้วด้วยว่าเราคิดยังไง

4. เค้ารู้แล้ว เค้าไม่ได้วิ่งหนี แต่ก็ไม่ได้เดินเข้ามา

5. ดูเหมือนเค้า ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้….ในตอนนี้

 

ถ้าไม่เข้าใจ ให้อ่านใหม่อีกครั้ง

และจะพบว่า

ความเศร้าใจที่เกิดขึ้นทั้งหมดของเรา ช่างไร้สาระ ไม่มีเหตุผลและขาดหลักการที่สุดในโลก…..

 

 

จะเศร้าทำไมวะเนี่ย

เป็นความกลุ้มใจ ไม่รู้จะพาตัวเองไปทางไหน

คงได้แต่ยืนมองตาปริบๆไปวันๆ

 

 

โบบอกว่า แกก็บอกเค้าไปเลย

เราก็ด้วยความเป็นหญิงสาวอนุรักษ์นิยม ก็ไม่กล้าไง

แบบ … ถ้าบอกไป เดี๋ยวเค้าตกใจ ตั้งตัวไม่ทั

กลัวเค้าอึดอัดด้วย

อีกอย่าง ถ้าเค้าไม่โอเค เราก็คงจะ..อาจจะย่ำแย่อยู่พอสมควร

มันกระอักกระอ่วนใจนะ เพราะมันต้องมาให้เจอหน้ากันเกือบทุกวัน

 

โบมันก็ เอ้า แกจะได้รู้ไปเลยว่าเค้าจะเอายังไงกับแก จะชอบแก จะไม่ชอบแก

ถ้าเค้าไม่ แกจะได้เลิกๆชอบไปซะ

 

เราก็นั่งกลืนน้ำลาย แบบว่า คงทำยังงั้นไม่ไหว

ตัดเป็นตัดตาย เสี่ยงภัยขั้นสูงขนาดนั้นทำไม่เป็น

ยอมอยู่แบบบ้าๆบอๆแบบนี้ดีกว่า

เพราะในเคสนี้ บริบทมันละเอียดอ่อนว่าปกติ….

 

 

เราชอบเค้ามากๆ แน่นอน มั่นใจเลย

ก็คิดแบบหญิงๆอ่ะนะ ว่า ถ้าเค้ามีเรา เค้าจะ happy กับชีวิตมากกว่านี้แน่ๆ

ชีวิตเค้าจะคล่องตัวมากกว่านี้แน่ๆ

แต่ถ้าคิดโดยใช้เหตุผลเข้าช่วย

ก็อาจจะพบได้ว่า บางที เค้าอาจจะไม่ต้องการชีวิตที่มีความสุขมากขึ้น

หรือไม่ได้ต้องการชีวิตที่สบายกว่าที่เป็นอยู่อย่างทุกวันนี้ก็ได้

 

ซึ่งก็น่าจะสอดคล้องกับว่า..ทำไมเค้ายังอยู่เฉยๆ ไม่วิ่งหนี และไม่เดินมา

 

 

เราคาดหวังกับตัวเองมากไปอีกแล้วใช่มั๊ย

หรือคิดมากเกินความเป็นจริงวะ

 

 

แต่มันเศร้า ไม่รู้เพราะอะไร

อยากรู้ว่าทำไมเศร้า เศร้าเพราะเรื่องอะไรกันแน่

ก็เลยคิดไปเรื่อยๆ ยิ่งคิดมันก็เศร้าไปกันใหญ่

อยากหายเศร้า แต่คิดไม่ออกและไม่เข้าใจว่ามันเกิดเพราะอะไร

 

เดินกลับบ้านด้วยความรู้สึก lonely ที่สุด….

อยากจะเข้าใจตัวเองให้มากกว่านี้

h1

wake me up when things come done

April 28, 2008

จันทร์ 280408 2331

 

 

นี่จะเป็นครั้งที่สอง ที่คิดกับตัวเองอย่างจริงจัง

ว่านี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกับชีวิตเราวะเนี่ย

 

ตั้งแต่ปีใม่ ก็ทำงานมาเรื่อยแบบมาราธอนตลอดสี่เดือน

เหมือนปีที่แล้ว ปีใหม่ก็ได้หยุดประมาณนึง

สงกรานต์ได้หยุดสองวัน แต่ก็มีโทรศัพท์เรื่องงานมาเป็นระยะ

สี่เดือน ทำงานถึงเช้าสองวัน

ดึกมากก็หลายวัน

งานเยอะมากกว่าปกติ ซึ่งทำเราเหนื่อยมาก

เป็นอีกครั้งที่คิดอย่างจริงจัง ว่าอยากจะพักจากงานชั่วคราว

ไม่ได้โทรหาเพื่อนเกือบเดือนแล้วมั๊ง

ไม่ได้หยุดพัก ไปเที่ยวมาสามเดือน

ทำงานสองอาทิตย์ติดกันทุกเดือนเลย

 

อยากพักจริงๆนะ

คุยกับพี่ท้อป ว่าจะยังไง

ก็คงต้องทำมาราธอนไปอีกอย่างน้อยเจ็ดวัน แล้วค่อยยาวไปจนสิ้นเดือน

ซึ่งพอหมดเดือนห้า แล้วก็ไม่รู้จะยังไงต่อเหมือนกัน

 

 

เหนื่อยจริงๆ

มีใครเข้าใจกูบ้างมั๊ยวะ

 

 

เรื่องหัวใจ

 

เรื่อยๆ กลางๆ ค่อนข้างตกกราฟ

เพราะเราไม่มีแรงทำอะไรเลย

เราไม่มีแรงแม้แต่จะพยาม ทุกอย่างมันพันกันยุ่งเหยิงไปหมด

และจากสภาพที่เห็นทุกๆวัน

เราไม่คิดว่าเค้าจะชอบเราหรอกนะ ….จริงๆ

เศร้ามั๊ยล่ะะแก ????

 

 

ก็เศร้านะ เพราะเราชอบเค้าไปแล้วเนี่ยสิ

 

เรื่องมันก็บ้าบอขึ้นทุกวัน

อยากให้เรื่องมันผ่านๆไปสักที

แต่ก็คงเหมือนงาน ถ้าไม่ลงมือทำ มันก็คงไม่จบสิ้นล่ะมั๊ง

 

และเหมือนเคย …. เราไม่เคยแม้แต่บอกเค้าสักครั้งว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นแล้วบ้าง

ได้แต่หวังลมๆแล้งๆว่า เผื่อระหว่างนี้ เค้าจะรู้ได้ด้วยตัวเองโดยธรรมาชาติ ว่าเราคิดยังไง

 

ก็นั่นแหล่ะนะ ชีวิตเบี้ยวๆของกู

h1

hope things get better real soon

April 15, 2008

อังคาร 150408 2315

 

Hope things get better real soon.

 

ประโยคสุดท้ายของ sms ที่เราส่งไปคร่ำครวญกับบัวเมื่อเย็นวันนี้

ก็มานึกเอาได้หกชั่วโมงหลังจากนั้นว่า

จริงๆแล้วทุกอย่างมันก็เป็นปกติของมัน

คนอื่นเค้าก็เป็นของเค้าไป

ตานั่นก็เป็นใช้ชีวิตของเค้าไป ไม่ว่าจะปกติหรือไม่

แต่ทุกอย่างก็เป็นของมันอยู่อย่างนี้ ดำเนินไปด้วยเรื่องราวของมัน

 

เรานี่แหล่ะ ที่ไม่ปกติ

 

 

หลังจากคิดอยู่หลายวัน

ก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดี ว่าจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร

ทำไมมันถึงได้เหนื่อยยาก และควบคุมไม่ได้เลยวะ

โอเค ถึงแม้ว่า บางอย่างที่นอกเหนือสิ่งที่ทำได้ เราต้องปล่อย

แต่สำหรับครั้งนี้ พบว่าหลายอย่างเราน่าจะคุมมันได้ เข้าใจตัวเองได้ดีกว่านี้

ปัญหายิ่งใหญ่คือ เราไม่รู้ว่าเราต้องการอะไร

บวกกับช่วงนี้ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

เรื่องงานกับเรื่องใจเลยปนกันไปหมด

สูญเสียประสิทธิภาพในการตัดสินใจและใช้สมอง

 

อยากพักผ่อนใจบ้างเหมือนกัน

 

 

h1

ยืนมองท้องฟ้าไม่เป็นเช่นเคย

April 7, 2008

summer-paradox

 

จันทร์ 070408 1951

 

 
พบว่า การไปทำงานด้วยหัวใจเศร้าๆนี่มันยากเหลือเกิน

 

 

 
อยู่ดีๆก็คิดถึงวีขึ้นมามากผิดปกติ
ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีต่อกี่ปี
ทุกฤดูร้อนจะพาความรู้สึกนี้กลับมาพร้อมกันเสมอ

 
ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ และตลอดไป
วีไม่เคยรักเราแม้สักครั้งเดียว
ซึ่งต่อให้ไม่มีอะไรจริงไปมากกว่านี้
เรายังรู้สึกกับวีเหมือนเดิม
คิดถึงวีอยู่เรื่อยมา ไม่เคยเปลี่ยน
ตั้งแต่วันแรก จนถึงวันนี้ และอาจจตลอดไป

 

เฮ้อ เมื่อไหร่จะเลิกเป็นแบบนี้ซะที โตแล้วนะ
สถานการณ์เรื่องวีดีขึ้น
ก็มีคิดถึงบ้างในหลายๆครั้ง

 
เมื่อกี๊ดู MV พี่เบิร์ด ว่าด้วยเรื่องการนอนไม่หลับ
ความรู้สึกเก่าๆเลยล้นเข้ามาในใจ
เราเป็นโรคนอนไม่หลับอย่างสม่ำเสมอตามอารมณ์และความเครียด
เมื่อก่อนนอนไม่หลับบ่อย
เพราะเครียดงาน และสับสนเรื่องวี
ปนกันไปปนกันมา
ดู mv แล้วก็สะเทือนใจไปด้วย
ถ้าหากว่าวันนี้ ใจเรายังเศร้าเหมือนปีที่แล้ว
พรุ่งนี้เราจะเอาแรงที่ไหนไปทำงาน
เราจะทำงานให้มันดีได้ยังไง
ตอนนั้นก็ผ่านมันมาด้วยความยากลำบากพอสมควร

แปลกดี คิดย้อนไปแล้วก็เออนะ มันทรมานอยู่เหมือนกัน

 

คิดว่าวีคงยังทำงานที่เดิม อย่างที่อยากจะทำ
คงมีความสุขดีกับใครสักคนหนึ่ง
ส่วนเรา
ก็ทำแต่งานตลอด
ยังทำงานที่เดิมเหมือนสองปีที่แล้ว

และมีความสุขดีกับสิ่งที่ทำ

h1

you need my for nothing,don’t you?

February 17, 2008

ÍÒ·ÔµÂì 170208 1349 @PLA

½¹µ¡…
à¢éÒÁÒ·Ó§Ò¹µÍ¹à·Õè§æ
¾ÍºÍ¡ÇèÒ¨ÐÁÒ·Ó§Ò¹ÇѹÍÒ·ÔµÂì áµèÅФ¹¡ç·Ó˹éÒÊÐÍÔ´ÊÐàÍÕ¹
áµèàÃÒªÔ¹áÅéǡѺ¡ÒÃà¢éÒ office ÁÒ·Ó§Ò¹ÇѹàÊÒÃì…ÇѹÍÒ·ÔµÂì
ËÃ×ÍÁÒ·Ñé§àÊÒÃìáÅÐÍÒ·ÔµÂì
¹Ö¡¶Ö§¾è͡ѺáÁè·Õè·Ó§Ò¹ÍÒ·ÔµÂìÅÐ 7 ÇѹÊÔ….

ã¡Åé¨ÐÊè§ present ÍÕ¡¤ÃÑé§
àÃÒ¤§µéͧ·Ó§Ò¹µÔ´¡Ñ¹·Ø¡Çѹ…ÃÇ´¨¹ÊÔé¹à´×͹…
¡ç..¤§ÁÕºÒ§¤¹·Õè·Ó§Ò¹ÇѹÍÒ·ÔµÂìàËÁ×͹¡Ñ¹ºéÒ§áËÅèйÐ

ÁÕËÅÒÂÍÂèÒ§·ÕèàÃÒäÁèà¢éÒ㢵ÑÇàͧ àÅ·ÓãËéäÁèÃÙé¨Ð¨Ñ´¡ÒÃÁѹÂѧä§
»ÃÐâ¤ãËé¡ÓÅѧã¨âÅËæºÍ¡ÇèÒ
If there’s no solution just KISS it.
â´Â·Õè KISS ÂèÍÁÒ¨Ò¡…Keep It Simple and Stupid.

¤Ô´äÁèÍÍ¡ÇèҨзÓÂѧä§
à¾ÃÒкҧ¤¹¡çºÍ¡ãËé·ÓµÑǹÔè§æà¢éÒäÇé
ÍÂèÒÍÂÒ¡ä´éÍÐäèҡà¤éÒ
¶éÒà¨Í¡Ñ¹¡çÂÔéÁ …à¡çºäÇé¤Ô´¶Ö§(à¤éÒ¢éÒ§à´ÕÂÇ)àÇÅÒËèÒ§¡Ñ¹….

ÁѹªèÒ§ÍØ´Á¤µÔÊÓËÃѺàËÅ×Íà¡Ô¹
¶Ö§áÁé㹤ÇÒÁà»ç¹¨ÃÔ§àÃÒ¨ÐÍÂÙè¡Ñ¹¤¹ÅÐâÅ¡
áµèºÒ§·Õ·Õèä´éÃѺÃÙéàÃ×èͧ¢Í§à¤éÒàÅç¯æ¹éÍÂæ
·ÓãËéàÃÒÃÙéÊÖ¡….â¡Ã¸ ¼ÊÁ¡ÑºàÊÕÂã¨
«Ö觨ÐÇèÒä»à¤éÒ¡çäÁèä´é¨Ðµéͧ㨷ÓÂѧ§Ñ鹡ѺàÃÒâ´ÂµÃ§«Ð˹èÍÂ
ºÍ¡ä´éàÅÂÇèÒàÃ×èͧ·Õè·Ó äÁèÁÕÍÐäÃà¡ÕèÂǡѺ¢éͧ¡ÑºàÃÒàÅÂ
áÅÐäÁèÃÙé¨Ð·ÓÂѧ䧡Ѻ¤ÇÒÁÃÙéÊ֡Ẻ¹Õé
àÃÒäÁèÃÙé¨Ð·ÓÂѧ䧵èÍä»
ÍÂÙèẺ§§æáºº¹Õé
ËÃ×ͤÇõéͧ ·Ó¤ÇÒÁÊÐÍÒ´ÁѹãËéàÃÕºÃéÍÂ…

h1

My breaking heart and I agree…..

February 6, 2008

พุธ 060208 2310

ถอนหายใจยาวๆอยู่หลายที

เราอยู่ที่นี่
แต่เธออยู่ที่นั่น
ในเวลาเดียวกัน แต่…ต่างไปด้วยสถานที่ และความรู้สึก
ตอนมัธยมดูเรื่อง the event horizon ชอบแนวความคิดมาก
หลายปีผ่านไปกลับมานึกถึงกันอีกครั้ง
ถ้าทำได้จริงมันจะเป็นยังไงนะ ?

สามวันดีสี่วันเศร้า
ระยะหลังนี่ไม่ดีเลย
เรากลับมานอนไม่หลับ ไม่อยากกินข้าวอีกแล้ว
อาการแย่มากๆอย่างอื่นที่ไม่เคยเป็น ก็มาเป็น
นี่ยังไม่นับไมเกรนที่ไม่ได้เป็นมาสักพักแล้วนะ
เราแค่อยากหยุดสักพัก ขอเวลาคิดว่าจะแก้ปัญหายังไง
อยากลองคิดดูอีกครั้ง
ว่า….อันไหนแก้ได้ อันไหนต้องปล่อยมันไป
อันไหนต้องพยามมากกว่านี้
และอันไหน ต้องยอมแพ้

h1

มากแค่ไหน?

January 15, 2008


อังคาร150108 2324

ไม่หลับไม่นอน
วันนี้เหนื่อยหัวใจจากเรื่องงานมากๆ
ทำยังไงก็ไม่ดี ทุกวันคือความผิดพลาด
พาเรื่องเศร้าๆกลับมาบ้าน ติดตัวมาด้วยกัน
พรุ่งนี้จะเป็นยังไง…
พรุ่งนี้จะเป็นยังไงหากไม่ต้องแคร์เรื่องที่เกิดวันนี้

เรื่องเศร้าๆ เน่าฟอนเฟะที่เกิดขึ้น
ทำให้รู้ว่าเราคิดถึง’อีกคน’มากแค่ไหน

มากแค่ไหน ?

มากกว่าเดิม ??
มากเท่าเดิม ??

 

h1

long road left to run

January 13, 2008

อาทิตย์ 130108 2231
 

นึกว่า…ห่างกันไปแล้ว มันจะเงียบ เรียบร้อย
แล้วจบๆกันไปเสียอีก..

หรือเพราะสองวันนี้เราไม่ต้องทำงาน
เพราะเป็นวันหยุดที่ได้อยู่บ้าน

จริงๆแล้วมันน่าจะเป็นแค่
คิดถึงความเป็นไปของอีกคนมากกว่า
เอ่อ…ความเป็นไปของอีกคนนะ
ไม่ใช่ความเป็นไปของเราสองคน
เพราะก็รู้สึกตัวอยู่ทุกวันโดยไม่ต้องย้ำ
ว่าเราห่างกันเท่าเดิม
ไม่มีวันไหนที่ใกล้กันมากกว่าเดิม

แม้ว่าความพยายามและความหวังเล็กๆ
อันจืดจางของเรา จะก้าวเพิ่มมากขึ้น
และแม้ว่า’อีกคนหนึ่ง’ จะยืนอยู่ที่เดิม
แต่ว่า หนทางที่จะพบกันมายาวมากขึ้นทุกวัน และทุกวัน

เพราะเราก็ห่างกันเท่าเดิม

วันหยุดปีใหม่ผ่านไปได้ไม่กี่วัน
แต่รู้สึกเหมือนยาวนานหลายเดือน
ไม่มีอะไรดีเท่าหยุดเทศกาลปีใหม่อีกแล้ว
เรายังปรับตัวกลับไปทำงานไม่ค่อยดีเท่าไหร่
ทั้งๆที่งานก็ทำที่เดิม โต๊ะ คอมพิวเตอร์ก็เหมือนเดิม
แต่หัวใจเราอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้