Archive for the ‘My Wonder ?’ Category

h1

Free my mind

January 3, 2009

เสาร์ 030109 1816

 
แล้วเราก็ผ่านปี 2008 มาได้อย่างทุลักทุเล….
จากนี้ไปคือ 2009 ปีแห่งความกังวลใจได้เดินหน้าอย่างเต็มตัว
หวังว่าเราคงผ่านมันไปได้อย่างไม่ลำบากนัก…หวังว่า

 
เหมือนปีที่แล้ว
นัด countdown ที่ hardrock cafe
ว่าจะกลับก่อน เพราะขี้เกียจลำบากหารถ
แต่ก็นั่งจนเลยเที่ยงคืน ถึงบ้านตีสองกว่าแบบงงๆ

 

 
วันก่อนฝันว่าได้งานที่แปลน
นึกว่าเรืองจริงเพราะเหมือนจริงเกินไป
ตื่นมาแล้วเซ็ง ไม่ชอบเลย
บอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ชอบฝัน
ไม่ควรจะฝันเรื่องงานอีกแล้ว
เพราะไม่ได้คิดเรื่องนี้มาพักใหญ่
ตั้งแต่หยุดปีใหม่มาก็เลิกคิดเรื่องที่ทำงานไปเลย
แต่ก็ดันฝันอีก ไม่ชอบ
ตัดสินใจแล้วนะ…แม้ว่าเมื่อถึงเวลาจริงคงจะทำได้ยากหน่อยแหล่ะ
แต่ก็ต้องอดทนทำมันไปให้ได้

ถ้ากลางปีเศรษฐกิจไม่ดีพอที่จะหางานใหม่ทำได้
จะออกไปเตรียมตัวเรียน
ไม่สามารถทำสองอย่างพร้อมกันได้
คิดสถานที่ไว้แล้ว แต่โรงเรียนกับโปรแกรมยังคิดไม่ออก
ทำไมยากจัง ….
แปลก
ปกติเวลามีเรื่องอะไร ในใจมักจะรู้สึกว่า เออเดี๋ยวดีเองแหล่ะ
เดี๋ยวก็ได้ อะไรเทือกๆนี้
แต่ครั้งนี้มันว่างเปล่า เงียบ ไม่มีอะไรเลย
ก็คงต้องรอดูต่อไป….

 

เวลาผ่านไป
ทำให้คิดว่า คงจะลืมหลายเรื่องของหลายคนไปได้บ้างแล้ว
จบ… หมด… พอ… ไม่เอาแล้ว
ใครต่อใคร โดยเฉพาะกับวี
ขอให้มันได้ผ่านพ้นไปจนหมดสักที
นี่ก็หลายปีแล้ว เหนื่อยและเบื่อ
ทั้งหมดมันก็เท่านี้ เท่ากับปีที่แล้ว สองปีที่แล้ว สามปีที่แล้ว ฯลฯ
ไม่เหลืออะไรให้คิดต่อ

ส่วนคนที่เหลืออยู่
เราคิดว่า อย่าเป็นเพื่อนกันเลย
ไม่อยากแม้จะพยายามจะเข้าใจตัวเค้าอีกแล้ว…
ก็คงต้องอยู่กันต่อไป….จนกว่าจะต้องไม่เจอกันอีก

 

สำหรับเรื่องพวกนี้
เราคิดว่า เราทำได้ดีขึ้นนะ…
เมื่อมัน free มากขึ้น
หลายอย่างคงเบาภาระที่มีไปได้มากขึ้นเช่นกัน…

 
ช่วงนี้ยังอยู่ในระยะแรกๆที่เค้ายังอวยพรปีใหม่กัน
เปิดทีวี หรือฟังวิทยุมักจะเจอประโยคซ้ำๆ พวกที่ว่า
อะไรที่ไม่ดี ก็ขอให้ผ่านไปในปีเก่า ปีใหม่ก็ให้เจอแต่สิ่งที่ดีๆ
ซึ่งหลายครั้งก็ยังแอบคิด ระหว่างปีกลางเก่ากลางใหม่
เวลาเกิดเรื่องให้ช้ำใจ เราจะยังคิดถึงคำพูดพวกนี้ของปีใหม่กันบ้างมั๊ย ??
หรือว่า แค่พูดผ่านๆไปให้กำลังใจตัวเองเท่านั้น….

h1

don’t fill my heart with lies

October 15, 2008

พุธ 151008 2050

 

 

แดดเปลี่ยนทิศแล้ว

แสดงว่าหน้าหนาวกำลังใกล้จะมาถึงจริงๆ

เมื่อตอนเย็นยังแอบคิดไปเองเลยว่า ฟ้ามืดเร็วกว่าปกติเยอะเลย

 

วันนี้อยู่บ้านอีกหนึ่งวันแล้วก็แอบหงอยนิดหน่อย

เพราะไม่รู้จะทำอะไร ถึงยังงั้นก็เถอะ ยังมีคนโทรมาตามงานด้วย

จะว่าไป ถึงจะเรียบๆง่ายๆ แต่เราว่าตอนนี้เราก็ชอบอยู่บ้านเฉยๆเหมือนกันนะ

 

ใกล้หมดปีขึ้นทุกที เราเริ่มคิดแล้วว่าจะซื้อของขวัญปีใหม่ให้ใครบ้าง

สนุกดี…

 

 

ตั้งแต่รู้ว่าว่าตานั่นจับได้ว่าเราคิดยังไง

ก็รู้สึกเขินๆเหมือนกัน ทำให้บางทีก็แอบฟุ้งซ่านคิดนั่นคิดนี่ไปเรื่อยเปื่อย

ทำให้ย้อนไปนึกถึงคนเก่าๆ เก่าไปถึงตั้งแต่มัธยมเลย จำได้ว่าตอนนั้นกับคนนี้นี่ชอบมาก

ป่านนี้เค้าคงลืมเราไปแล้วแหล่ะ ไม่ได้คบกัน คล้ายกับเดทๆกันมากกว่า

แต่เรานี่โคดชอบเค้าเลย เพราะรู้สึกว่ามันเก่งดี ตลกดี คุยอะไรด้วยก็สนุกไปหมด

จำไม่ได้จริงๆว่าทำไมถึงห่างๆกันไปนะ

มาคิดถึงอีกครั้งตอนนี้ ก็โตๆกันไปหมดแล้ว

ไม่รู้เค้าเป็นยังไงบ้างตอนนี้ รู้ว่าทำงานอะไร แต่ไม่รู้ว่าที่ไหน ????

โทรไปหา ??? ส่งเมลลึกลับไปบอก่าสวัสดี ?????

ถ้าตอนนี้ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ก็คงดี

 

สองสามวันกันได้คุยกับ ads

คุยกันตั้งนาน สนุกดี ทำให้นึกถึงสมัยก่อน

ads เป็นคนที่นึกถึงแลเวสบายใจที่สุด เพราะมันไม่ได้มีอะไรจี๋จ๋ามากนัก

นานๆคุยกันทีก็ทำให้ตื่นเต้นได้เหมือนกัน

มีบางครั้งที่แอบคิดว่า หรือเราควรจะทำอะไรให้มากกว่านี้ ?????

 

 

คิดถึงวีเหมือนกัน

ไม่รู้จะทำยังไงให้ความรู้สึกนี้หมดไปเสียที

เพราะเกิดขึ้นกับตัวเองแล้วมันอึดอัดเป็นบ้า

ทั้งๆที่ก็รู้ดีว่าอะไรเป็นยังไง อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ

 

 

เชื่อมั๊ยว่าเมื่อคืน และวันนี้ด้วยเราคิดถึงเรื่องคนสามคนนี้ตลอด

เหมือนกับว่าอยากเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

อยากให้เรารู้จักกันเหมือนแต่ก่อนที่เคยมี

แต่ครั้งนี้ condition มีแค่ว่า ก็เราเป็นเพื่อนกันไง

แบบว่า เอาข้ออ้างแบบผู้ใหญ่ที่โตๆแล้วมาบิดเบือนความจริงให้ตรงกับความต้องการของตัวเอง

ซึ่งจริงๆมันก็แค่ข้ออ้างแหล่ะ เพราะเรารู้จักตัวเองดีเกินไปด้วย

เลยรู้ว่าจริงๆแล้วเราคงแค่ lonely….

 

แต่เราก็คิดเปรียบเทียบระหว่างสองความจริง

คือ

1. life is too short อยากทำอะไรก็รีบทำเถอะ ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ชีวิตมันก็เท่านี้

2. ถ้าทำแล้วไม่มีประโยชน์ก็อย่าทำเลย

หรือถ้าทำตามใจแล้วผลที่ตามมามันสร้างความยุ่งยากให้ชีวิตก็อย่าทำ

 

 

สองข้อนี้มันอาจเป็นความจริงที่ตรงข้ามกันมากๆ

หรือจริงๆแล้วทั้งสอง เป็นเรื่องเดียวกัน!

 

 

คิดไม่ออก!

ไม่เข้าใจ อยากเข้าใจว่าข้อไหนคืออะไร จะได้จัดการชีวิตตัวเองถูก

แต่ไม่ว่ามันจะเป็นความหมายเดียวกันหรือไม่

เราเป็นบุคคลข้อสองเสมอ เพราะถึงจะรักคนอื่นมากกว่าตัวเอง

แต่ก็เหนื่อยกับการเจ็บปวดจากการไปยุ่งกับชีวิตของคนอื่นเต็มทน

 

 

ถ้าหากว่าชีวิตนี้ช่างสั้นนัก

เพื่อที่ว่าเราจะได้ทำอะไรตามที่ใจต้องการมากขึ้น

ทำไมมันถึงต้องแถมมากับความทุกข์ทรมานด้วยวะ ???

h1

เพราะเราเป็นเพื่อนกันไง

September 28, 2008

อาทิตย์ 280908 1731

 

 

ฝนเพิ่งหยุดตก

 

 

ปวดหัวเป็นบ้า….ในที่สุดพรุ่งนี้ก็วันจันทร์

เราเบื่อกับการไปทำงานที่นี่อย่างที่สุดแล้ว….

ยื่นใบลาพักร้อนอีกแล้ว

แข็งใจไว้อีกสองอาทิตย์

อีกไม่นานก็หมดเดือนสิบ

อีกไม่นานก็เดือนธันวาแล้ว

 

 

อยากอยู่บ้าน ทำงานบ้าน

ซักผ้า ถูกบ้าน ล้างห้องน้ำมันทุกๆวัน…

นอกจากงานบ้านแล้ว

มาคิดๆดู เราไม่ได้ทำในสิ่งที่ชอบทำ…เคยชอบทำตั้งหลายอย่าง

เช่น การดูหนัง กับการอ่านหนังสือที่ชอบ ก็ไม่ได้ทำมาหลายเดือน

หลายอย่างที่หายไปถูกแทนที่ด้วยการทำงานมากเกินไป

จนบางครั้งเริ่มคิดว่า สิ่งที่ได้มาไม่คุ้มกับที่เสียไปเลย

เพราะตอนนี้กลายเป็นคนที่ไม่มีความสุขเท่าไหร่หนัก

 

ไม่รู้มันดีจริงรึเปล่ากับการทำงานอย่างหนักขนาดนี้

มันอาจจะดีในอนาคต แต่…สำหรับตอนนี้ก็ไม่รู้สิ

 

 

ตานั่นจะไปแล้วจริงๆด้วย

เราก็…ไม่รู้จะเอายังไงเหมือนกัน

บางวันก็สนิทกันเกิน จนรู้สึกว่า เฮ้ย อย่าเพิ่งรีบหมดวัน อย่างเพิ่งรีบจบกันได้มั๊ย

บางทีก็ไม่ได้พูดกัน แบบ แยกกันไปเลย

เราก็พยามทำความเข้าใจความสัมพันธ์

เพราะเราเป็นเพื่อนธรรมดากันไง ไม่ใช่เพื่อนสนิท

อีกอย่าง ไม่อยากเป็นมากกว่าหรือสนิทกว่านี้ด้วยแหล่ะ

 

ไม่ได้เสียใจนะ พูดจริงๆ….ออกจะโล่งใจมากกว่า

 อยากอยู่แบบสงบสักพัก

h1

forget me not

June 18, 2008

พุธ 180608 2159

 

ตานั่นกลับมาวันแรกของฤดูฝนพอดี….

 

 

 

ทั้งๆที่เครื่องลงตอนเช้ามาก

แต่ก็คิดแปลกๆว่าเค้าอาจจะเข้าออฟฟิซตอนบ่ายวันอังคาร

ไม่คิดว่ามันจะมาจริงๆ

…..ก็ดีใจที่ได้เจอกันอีก ถึงแม้ว่า จะหายกันไปแค่สามวันกว่าๆเท่านั้น

 

 

วันนี้เขียนไว้เผื่อลืม

เขียนไว้เผื่ออนาคต

เขียนเผื่อเอาไว้ วันไหนคิดฟุ้งซ่านแล้วรู้สึกแย่

จะได้กลับมาอ่าน ไม่ว่าที่เป็นอยู่ในวันนี้มันจะเป็นความจริงหรือไม่ก็ตาม

 

 

ตั้งแต่วันอังคารที่เห็นเค้าเดินโซซัดโซกลับมา

เราก็รู้โดยทันทีว่า กูชอบเค้าอย่างแน่นอน ไม่ต้องถามซ้ำ

 

การได้พบเจอเค้าอยู่เป็นประจำเป็นสิ่งดีในหนึ่งวัน

ถึงแม้ว่าบางวันที่ไม่ได้คุยกันเลย

แต่การเห็นเค้า มันก็ทำให้เรา…

อาจจะไม่ถึงขั้นมีความสุข แต่มันก็แอบยิ้ม

และหลายครั้งที่เห็นเค้าจืดๆไป เราก็เศร้าๆตามกันไปเหมือนกัน

เศร้ามากเลย คิดถึงตอนที่เศร้าไปด้วยก็อยากจะร้องไห้อีกรอบ

คือทำไม มันถึงขั้นต้องเสียน้ำตาด้วยวะ

 

อาทิตย์ที่แล้ว พอฟังมันเล่าๆเรื่องหัวใจของมันเราก็แอบจ๋อย

จ๋อยไปเลย เมาแอ้กกลับบ้านอยู่สองวัน (เมานิดเดียว พาตัวเองกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย)

 

เค้าจะรู้มั๊ยนะ ว่าคนที่เราพูดถึงในตอนนั้น ก็ตัวเค้านั่นแหล่ะ

ที่เราพูดย้ำอยู่ได้ว่าไม่เป็นไร ไม่แคร์น่ะ

จริงๆแล้วกูโคดจะเป็นอะไรเลย เพียงแต่ ตอนนั้นฟังเค้าพูดถึงเรื่องของเค้า

เราก็เจ็บใจไง มันเลยต้องเฟคว่าเราไม่เป็นอะไร

……..คือ กูนี่อยากเลิกห่วงมึงมากกว่าตัวเองมากเลยนะ

จริงๆ

 

 

เดี๋ยวคอยดู

อาทิตย์หน้าก็คงจะร้องไห้อีกแหงๆ…..

 

 

 

 

h1

ค่ำคืนไหนก็ยังห่างไกลเหมือนเดิม

June 8, 2008

อาทิตย์ 080608 2127

 

วันนี้คุณน้องชายจะกลับมาแล้ว

แต่เราคงไม่ไปรับเพราะเครื่องลงดึกมาก

ไปแล้วเราก็คงจะหน้าบูดเหมือนตอนไปส่งมันเพราะง่วง

 

 

เสาร์ อาทิตย์ก็เศร้า เหงากันไปตามเรื่อง

บอกตามตรงเป็นเพราะคิดถึงตานั่นน่ะแหล่ะ…..
เฮ้อ กูนะกู

 

บางทีก็เฉยๆ ขำๆ แต่บางทีก็เศร้า นั่งร้องไห้เหมือนกัน

ไม่เข้าใจตัวเอง

ขนาดเจอกันทุกวันเรายังคิดถึงเค้าเลย…

 

 

 

หัวใจล่องลอยไม่ค่อยอยู่กับที่เท่าไหร่

เราจะติดเหล้ามั๊ยนะ ?

หลังๆซื้อแอลกอลฮอล์ขวดย่อมเยาว์ติดกลับมากินด้วยบ่อย

เพราะอยากให้หัวมึนๆคิดอะไรไม่ออก จะได้ไม่ต้องคิดอะไร

เคว้งมากๆจะได้หลับไปเลย

 

 

 

 

อาทิตย์ที่แล้วไปดูดวง

คิดไว้นานว่าอยากไปดูกับคนนี้

ก็เออตลกดี หมอดูคงจะแม่นจริงๆ

เราดูดวงแล้วสบายใจนะ บางอย่างมันก็ช่วยให้คิดอะไรได้ดีขึ้น

 

หมอดูให้เขียนชื่อกับขอดูรูปตานั่น

เราก็รู้อยู่แล้วว่าเค้าจะทำแบบนี้ เพราะบัวเล่าให้ฟัง

ก็เขียนไป

แล้วก็เอารูปจากมือถือที่ถ่ายมืดๆ

ถ่ายจากข้างหลังที่มองไม่ค่อยเห็นหน้าตอนกินเหล้าด้วยกันให้ดู

เค้าก็บอกว่า อ๋อน้องรัก เค้าไม่ใช่คู่น้องแน่ๆ

พอดูรูปที่ถ่าย ก็ยังย้ำซ้ำเติมกูอีกว่า เค้าไม่ชอบน้อชัวร์ๆ พันเปอร์เซนต์

ไอ้เราก็เหวอ แต่ก็ยังหัวเราะได้อยู่

มันขำจริงๆ แล้วเราก็คิดอยู่แล้วว่าเค้าไม่ชอบเรา

บอกแล้วว่าเค้าไม่ชอบเราหรอก ไม่ต้องให้หมอดูบอกก็รู้

หมอดูยังบอกอีกว่า จะแย่งชิงก็ได้ แต่สุดท้ายจะไม่ได้เค้ามา

เราก็แบบ สะอึกไป แต่ยังหัวเราะได้อยู่

ขอบใจนะ กูยิ่งกล้าๆกลัวๆอยู่ เจอยังงี้แล้วก็เออ คงจะไม่ไหวจริงๆ

 

ก่อนกลับยังย้ำอีกว่า เค้าไม่ชอบเราแน่

กูแอบ เออ ก็เผื่อใจไว้แล้ว เลยสะเทือนแค่พอเป็นพิธี

กลับบ้านไปก็ไม่เศร้านะ

แต่บางทีมันก็จ๋อยไง

แบบ ชอบเค้าจริงๆนี่นา….

 

แล้วเราจะเป็นเพื่อนกันมากกว่านี้ได้มั๊ย

ไม่ต้องคบกันก็ได้ แม้เราจะอยากทำให้ชีวิตของมัน happy ขึ้นก็เถอะ

หรือแม้แต่บางทีก็อดเป็นห่วงมันไม่ได้

บอกแล้วว่า ก็ชอบเค้านี่นา

 

แต่ที่ทำได้ในตอนนี้ คือสงสัยไปวันๆว่าเราจะเป็นเพื่อนกันมากกว่านี้ได้มั๊ย

 

ลำบากใจจริงๆ

h1

จ๋อย

June 3, 2008

อังคาร 030608 2237

 

 

วันนี้หยุดงานหนึ่งวัน

เพราะเป็นเมนส์ และเป็นใจไม่ปกติอยู่หลายวัน

 

เรื่องของเรื่องที่เป็นเรื่องจริงก็คือ

1. อารมณ์เราไม่ปกติ เนื่องจากใกล้เป็นเมนส์

2. เราก็ใจไม่ค่อยดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเรื่องตานั่น

 

ผสมปนกัน ก็ได้แต่ความคลั่งส่วนเกิน ที่ไม่ได้อะไรนอกจากร้องไห้อยู่ตามลำพัง

ไม่ได้อะไรเลย

ไม่มีอะไรดีขึ้นด้วย

เรื่องเน่าก็ยังเน่าอยู่ยังงั้น

ใจฟุ้งซ่านคิดมากเกินไปก็ยังคิดอยู่ยังงั้น

คนนั้นก็ยังไม่รู้อิโหน่อิเหน่อยู่ยังงั้น

มีแต่เราที่เป็นบ้าอยู่คนเดียว

 

 

 

พบว่าการคุยกับเพื่อน ทำให้เรื่องสับสนในใจดีขึ้น…บางส่วน

 

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

มีเรื่องตื่นเต้นหัวใจนิดหน่อย

แต่สุดท้ายก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความอารมณ์ไม่ดี

ไอ้เราก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร บังเอิญได้ขึ้นรถไฟฟ้าไปกับตานั่นสองคน

เราก็คุยไปเรื่อยเปื่อย เรื่องงานนั่นนี่

เดินไปเป็นเพื่อนกันตั้งแต่พารากอนจนถึง starbuck ที่ K Bank

ซึ่งออกนอกเส้นทางเราไปพอสมควร เพราะเรานัดเพื่อนที่สยาม

เห็นมันบ่นว่าเบื่อๆ อารมณ์เสีย เศร้าๆ เราก็เลยกลุ้มใจไปด้วย

ไม่ได้รู้ตัวเลย ว่ามันบอกว่าเศร้าชีวิต เพราะไปขอคืนดีกับแฟนเก่า

แต่ดูท่าคงจะไม่ค่อยรอด มันก็เลยหงุดหงิดอารมณ์เสีย

 

พอมารู้ยังงี้ทีหลัง เราก็จ๋อยไง อะไรวะ

คืออะไรของมันวะ แล้วก็เป็นบ้าอะไรของกูเนี่ย

โกรธมันด้วย โกรธตัวเองด้วย

งง ไม่รู้จะทำยังไงต่อไป ก็เป็นบ้าอยู่สองวัน

ร้องไห้ไร้สติสองวัน

วันจันทร์ไปทำงานแบบไม่สมประกอบ

เพื่อนที่ทำงานก็ทักกัน ว่ามึงปกติมั๊ยเนี่ย ดูไม่ดีเลย

เราก็ไม่รู้เราเป็นอะไรเหมือนกัน

รู้แต่เสียใจ เสียใจเรื่องไหนก็ไม่รู้

หรือเสียใจที่เห็นมันยังติดกับแฟนเก่าที่เค้าทิ้งมันไปก็ไม่รู้

ซึ่งก็ แล้วไงอ่ะ หน้าที่ของแกก็เปล่า

เรื่องของเราก็ไม่ใช่ จะไปเศร้าใจทำไม

แต่ก็เศร้าไปแล้ว ร้องไห้ไปแล้ว จ๋อยไปแล้ว

วันนี้ไม่ไปทำงานซะเลย เมนส์มาพอดีด้วย…

 

 

 

สี่โมงออกไปหาบัว…

ไปทั้งตัวบวม เป็นเมนส์ยังงั้นแหล่ะ

ก็เล่าให้มันฟัง ว่าแย่แล้ว กูเป็นบ้าอีกแล้ว

มันก็พยามชี้แจงความเป็นจริง โดยยกตัวอย่างของตัวมันเองให้ฟัง

เราก็เลย เริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้น ก็รู้สึกโอเคขึ้นแหล่ะ

ยังไม่หาย เพราะกลุ้มอยู่ แต่ก็เข้าอกเข้าใจมากขึ้น

 

โบโทรมาชวนไปกินพิซซ่า เพราะแกงค์นั้นเค้าไปกัน

ตอนแรกเราว่าจะตามไปด้วย แม้จะออกนอกเส้นทางกลับบ้านก็เหอะ

แต่เปลี่ยนใจไม่ไป เพราะคิดๆดูก็ออกจะประสาทนิดหน่อย

คือถ้าเราตามไปนี่เพราะอยากเจอตานั่นล้วนๆไม่มีเหตุผลอื่น

แต่แล้วไงวะ พรุ่งนี้ก็ได้เจออยู่แล้ว

ดีไม่ดี ไปวันนี้ แทนที่จะเริ่มหาย เราอาจเป็นบ้าอีกครั้งก็ได้

ก็เลยเดินซื้อของจนหมดตัวแล้วก็กลับบ้าน

 

 

เราไม่รู้จริงๆว่าเราเป็นบ้าอะไรขึ้นมา

บัวบอกว่าเป็นเรื่องปกติถ้าเค้าจะยังใยดีกับรักครั้งเก่า

ตอนนี้ใครมาสนใจก็คงคิดไม่ทันหรอก เพราะเค้าเศร้าอยู่

แต่เราก็กลุ้มๆไง

ปกติก็ไม่ใช่ว่าดี หรือมีอะไรให้ลุ้น

เราเองมันก็ห่วยเองด้วย ทำอะไรไม่ค่อยเป็น

มันก็คงไปไหนไม่ได้ไกลกว่านี้

ในเมื่ออีกฝ่ายนึง แม้ไม่ปฎิเสธ แต่ก็ไม่ได้กระตือรือร้น

และอีกฝ่ายหนึ่งก็เป็นอีบื้อบ้าใบ้ ไปแล้ว

 

มันจะมีอะไรเหลือให้ติดตามตอนต่อไปล่ะ???

 

แบบนี้มันก็ท้อนะเว้ย

ใจจะชอบเค้าแค่ไหน แต่ใจมันไม่สู้ไปแล้ว

มาเจอแบบนี้ เราก็เจ๊งสนิทถ้างั้นเค้าจะรู้ไม่รู้ ก็ไม่สำคัญแล้ว

 

ตอนนี้เรื่องสำคัญคือ เราคิดยังไง และจะทำยังไงมากกว่า

ซึ่งบอกตามตรง ก็คิดไม่ออก

ช่วงนี้คิดอะไรหลายอย่างไม่ค่อยมองเห็นทางออก

เรื่องงานก็ด้วย เรื่องตานั่นก็ช่วยกันซ้ำเติม

กูสับสนชีวิตตัวเองเป็นอย่างที่สุด

 

 

ในเมื่อพรุ่งนี้ก็ต้องไปทำงานเจอกันอีกแล้ว

ตานั่นก็ไม่รู้เป็นยังไงบ้าง

วันนี้ถามโบ มันก็ว่าเค้าดูปกติสุขดี

คงเหลือกูนี่แหล่ะ เป็นอีเพิ้ง

 

 

จะทำยังไงต่อไปดีวะกูเนี่ย

h1

born on a blue day

May 25, 2008

อาทิตย์ 250508

 

เศร้าๆชีวิตอยู่สองวัน

รู้สึก lonely ไม่รูว่าเพราะมันเศร้าจริงๆ หรือว่าเพราะใกล้เป็นเมนส์

เมื่อวานเจอตานั่นอย่างไม่ตั้งใจ…ที่ทำงาน

ไม่คิดว่าเค้าจะมาไง แต่นึกไปนึกมา มีส่งงานสิ้นเดือนใกล้ๆกัน

…… ทำไม มันเจอหน้ากันแล้วเรารู้สึกเศร้าวะ

 

ทั้งๆที่เค้าก็ไม่ได้ทำอะไร negative กับเราเลยนะ

หรือเรามันก็แค่คิดมากไปเกินความจริง เป็นยังงี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าวะ

 

โอเค เราชอบเค้าแน่ๆ

แค่นี้ก็ลำบากใจจะแย่อยู่แล้ว

บวกกับด้วยความไม่กล้าของเรา ทำให้อะไรๆมันก็แย่เข้าไปอีก

ซึ่งไม่รู้จะไม่กล้าไปทำไม ในเมื่อเค้าก็รู้แล้วแหล่ะว่าเราคิดยังไง

แม้ว่าอาจจะยังไม่ได้ยืนยันเป็นคำพูดจากเรา

แต่ก็เชื่อว่า เค้าคงรู้ได้ไม่ยาก

 

 

นี่แหล่ะที่ทำให้เราเศร้า

ซึ่งมันไร้สาระ และไม่มีเหตุผลอย่างมากๆกับการที่

1. เราชอบเค้า

2. เราไม่กล้าลงมือทำอะไรและพูดอะไร

3. เค้าก็รู้แล้วด้วยว่าเราคิดยังไง

4. เค้ารู้แล้ว เค้าไม่ได้วิ่งหนี แต่ก็ไม่ได้เดินเข้ามา

5. ดูเหมือนเค้า ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้….ในตอนนี้

 

ถ้าไม่เข้าใจ ให้อ่านใหม่อีกครั้ง

และจะพบว่า

ความเศร้าใจที่เกิดขึ้นทั้งหมดของเรา ช่างไร้สาระ ไม่มีเหตุผลและขาดหลักการที่สุดในโลก…..

 

 

จะเศร้าทำไมวะเนี่ย

เป็นความกลุ้มใจ ไม่รู้จะพาตัวเองไปทางไหน

คงได้แต่ยืนมองตาปริบๆไปวันๆ

 

 

โบบอกว่า แกก็บอกเค้าไปเลย

เราก็ด้วยความเป็นหญิงสาวอนุรักษ์นิยม ก็ไม่กล้าไง

แบบ … ถ้าบอกไป เดี๋ยวเค้าตกใจ ตั้งตัวไม่ทั

กลัวเค้าอึดอัดด้วย

อีกอย่าง ถ้าเค้าไม่โอเค เราก็คงจะ..อาจจะย่ำแย่อยู่พอสมควร

มันกระอักกระอ่วนใจนะ เพราะมันต้องมาให้เจอหน้ากันเกือบทุกวัน

 

โบมันก็ เอ้า แกจะได้รู้ไปเลยว่าเค้าจะเอายังไงกับแก จะชอบแก จะไม่ชอบแก

ถ้าเค้าไม่ แกจะได้เลิกๆชอบไปซะ

 

เราก็นั่งกลืนน้ำลาย แบบว่า คงทำยังงั้นไม่ไหว

ตัดเป็นตัดตาย เสี่ยงภัยขั้นสูงขนาดนั้นทำไม่เป็น

ยอมอยู่แบบบ้าๆบอๆแบบนี้ดีกว่า

เพราะในเคสนี้ บริบทมันละเอียดอ่อนว่าปกติ….

 

 

เราชอบเค้ามากๆ แน่นอน มั่นใจเลย

ก็คิดแบบหญิงๆอ่ะนะ ว่า ถ้าเค้ามีเรา เค้าจะ happy กับชีวิตมากกว่านี้แน่ๆ

ชีวิตเค้าจะคล่องตัวมากกว่านี้แน่ๆ

แต่ถ้าคิดโดยใช้เหตุผลเข้าช่วย

ก็อาจจะพบได้ว่า บางที เค้าอาจจะไม่ต้องการชีวิตที่มีความสุขมากขึ้น

หรือไม่ได้ต้องการชีวิตที่สบายกว่าที่เป็นอยู่อย่างทุกวันนี้ก็ได้

 

ซึ่งก็น่าจะสอดคล้องกับว่า..ทำไมเค้ายังอยู่เฉยๆ ไม่วิ่งหนี และไม่เดินมา

 

 

เราคาดหวังกับตัวเองมากไปอีกแล้วใช่มั๊ย

หรือคิดมากเกินความเป็นจริงวะ

 

 

แต่มันเศร้า ไม่รู้เพราะอะไร

อยากรู้ว่าทำไมเศร้า เศร้าเพราะเรื่องอะไรกันแน่

ก็เลยคิดไปเรื่อยๆ ยิ่งคิดมันก็เศร้าไปกันใหญ่

อยากหายเศร้า แต่คิดไม่ออกและไม่เข้าใจว่ามันเกิดเพราะอะไร

 

เดินกลับบ้านด้วยความรู้สึก lonely ที่สุด….

อยากจะเข้าใจตัวเองให้มากกว่านี้

h1

in love with you

May 11, 2008

อาทิตย์ 110508 1753

 

 

ฝนตกเปาะแปะตลอดเวลาตั้งแต่เที่ยง

วันนี้ได้หยุดหนึ่งวันหลังจากการทำงานที่น่าเบื่ออันแสนยาวนาน

พรุ่งนี้เริ่มชีวิตที่กระอักกระอ่วนอีกครั้ง ไปอีกห้าวันห้าคืน

และยาวไปจนจบสิ้นเดือน

เฮ้อ จะไหวมั๊ยเนี่ย

 

 

คิดถึงคนนั้นในเย็นวันอาทิตย์แบบนี้

ไม่จำเป็นต้องคิดกันก็ได้ เพราะพรุ่งนี้ก็เจอกันแล้ว

 

ซึ่งเราก็ยังสงสัยอยู่ทุกวัน ว่าเค้าจะแอบคิดสงสัยเราบ้างเหมือนกันมั๊ย

แต่ยังไม่อยากอธิบายสิ่งที่เรารู้สึกในตอนนี้

แค่คิดว่ายังไม่พร้อมที่จะบอกเท่านั้นเอง

รออะไรบางอย่างให้มั่นใจกว่านี้ก่อน น่าจะดี

(แม้ว่าระหว่างนี้ จะอยากให้เค้ารู้ก็ตาม)

 

สงสัยอย่างนึง ?

ต้องทำมากแค่ไหน  ถึงจะมากพอให้อีกคนหนึ่งรู้ว่าเรารู้สึกยังไง

 

นอกจากอาการของคนแอบชอบคนอื่นแล้ว

อย่างอื่นที่เราค้นพบ(ที่อาจจะปกติ) คือเราชอบแอบดูเวลาเค้านั่งคิดงาน

ชอบแอบมองเวลาเค้าทำงาน เป็นความสุขใจ

และเป็นความเพลินเพลินใจเล็กน้อยส่วนตัว

สารภาพเลยว่า เคยไปค้นแบบบนโต๊ะเค้าอยู่หลายครั้ง

แม้ว่าโต๊ะเค้าจะไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น

แต่การได้เห็น drawing ที่มันเขียนแล้วเราก็แอบเขิน (ไม่รู้จะเขินทำไม)

รู้สึกชอบ drawing ของเค้า ….

 

วันๆนึง ระหว่างทำงานเราไม่ค่อยได้พูดกับใคร

เพราะอยู่ดีๆก็งานเยอะตลอดเวลาอย่างช่วยไม่ได้

หาโมเม้นร่วมกันไม่ค่อยได้ นอกจากตอนเย็นๆที่คนอื่นเค้าเลิกงาน

ก็พอได้สนทนาบ้างเล็กน้อย สิบนาที สิบห้านาทีก็ว่าไป

แม้ว่าจะนั่งใกล้กัน แต่เค้าก็มีกลุ่มแฮงคของเค้า เราก็มีกลุ่มของเรา

ในระหว่างวัน เราก็ยังแอบๆมอง

ติดตามชีวิตการทำงานของเค้าในหนึ่งวันอย่างต่อเนื่อง

 

แต่ยังดีที่ หลังๆมานี่ก็คุยกันเยอะขึ้น

อย่างนึงที่เหมือนเดิม คือเราก็ยังกล้าๆกลัวๆอยู่เหมือนเดิม

หวังว่าจะมีโอกาสมากขึ้นๆ

และก็หวังว่ามันจะเป็นสิ่งดี

 

 

ก็เหมือนที่เค้าพูโถงคนที่เค้าชอบว่า

‘I just like her and I wanna know her more.’

 

เราฟังแล้วก็แอบสะเทือนใจเล็กน้อย

เพราะเราก็ชอบเค้า และรู้สึกในแบบเดียวกันกับประโยคที่เค้าพูด

เพียงแค่ เค้ารู้อย่างนี้กับคนอื่น

แต่เรารู้สึกแบบนี้กับเค้า

…เท่านั้นเอง

 

h1

hope things get better real soon

April 15, 2008

อังคาร 150408 2315

 

Hope things get better real soon.

 

ประโยคสุดท้ายของ sms ที่เราส่งไปคร่ำครวญกับบัวเมื่อเย็นวันนี้

ก็มานึกเอาได้หกชั่วโมงหลังจากนั้นว่า

จริงๆแล้วทุกอย่างมันก็เป็นปกติของมัน

คนอื่นเค้าก็เป็นของเค้าไป

ตานั่นก็เป็นใช้ชีวิตของเค้าไป ไม่ว่าจะปกติหรือไม่

แต่ทุกอย่างก็เป็นของมันอยู่อย่างนี้ ดำเนินไปด้วยเรื่องราวของมัน

 

เรานี่แหล่ะ ที่ไม่ปกติ

 

 

หลังจากคิดอยู่หลายวัน

ก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดี ว่าจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร

ทำไมมันถึงได้เหนื่อยยาก และควบคุมไม่ได้เลยวะ

โอเค ถึงแม้ว่า บางอย่างที่นอกเหนือสิ่งที่ทำได้ เราต้องปล่อย

แต่สำหรับครั้งนี้ พบว่าหลายอย่างเราน่าจะคุมมันได้ เข้าใจตัวเองได้ดีกว่านี้

ปัญหายิ่งใหญ่คือ เราไม่รู้ว่าเราต้องการอะไร

บวกกับช่วงนี้ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

เรื่องงานกับเรื่องใจเลยปนกันไปหมด

สูญเสียประสิทธิภาพในการตัดสินใจและใช้สมอง

 

อยากพักผ่อนใจบ้างเหมือนกัน

 

 

h1

why you left HK ?

April 13, 2008

อาทิตย์ 130408 1830

 

 

สองวันผ่านไปเร็วจัง

จริงๆอยากออกไปทำงาน เพราะไม่อยากโดนทวง

โดนทวงแล้วเครียด ไม่ชอบ อึดอัด

แต่ก็เดินทางลำบาก เพราะแดดร้อนมากและโดนสาดน้ำแหงๆ

ไม่ว่ายังไงก็ตาม พรุ่งนี้จะ้เกาะรถแม่ไป

ทำไมต้องเป็นกูตลอดเลยวะ กูเนี่ยยยยย

กูนี่มันเก่ง หรือมันดี หรือเป็นคนสำคัญ

หรือเ้ป็นพวกซวยยยยยยย

อยากหยุด อยากพักกับเค้าบ้างนี่ไม่ได้เลยจริงๆ

 

เหนื่อยจัง

 

 

อยากไปเที่ยว

วันนี้ไม่ทำอะไร นั่งเปิดเวปไปเรื่อยๆ

ทำให้อยากไปฮ่องกงขึ้นมาอย่างรุนแรง

เป็นเพราะตาคนนั้นด้วย ทำให้เราอยากไปเที่ยวฮ่องกง มาเก๊าสักครั้ง

ไม่เคยไปเที่ยวเลย เคยแต่ไปต่อเครื่องบิน

นั่งมองฮ่องกงตาปริบๆจากตู้กระจกด้านใน

 

พาไปหน่อยสิ…